ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

นิกกี้พริตตี้เงินล้าน เปิดศึก สาวสักปากชมพู ท้าดูกล้องวงจรปิด จวกทำเสียชื่อ!

จากกรณีที่ผู้หญิงสองคนร้องสื่อศัลยกรรมทำพิษ สักปากชมพูกับร้านแห่งแล้วเกิดติดเชื้อรุนแรงเป็นหนองลามทั้งปาก เรียกร้องให้เจ้าของร้านออกมารับผิดชอบ แต่อีกฝ่ายพยายามเลี่ยงที่จะเข้ามาหา ทั้งที่นัดหมายหลายครั้ง ต่อมาทราบว่าร้านดังกล่าวคือร้านของ “นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน”

 ล่าสุดรายการโหนกระแส 3 ก.ย. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น.  ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “ณัฐณิชา  สกุลจารุพงศ์” หรือ นิกกี้ พริตตี้เงินล้าน” ที่มาพร้อม “อาจารย์เฟียร์” คนสักและสามี เผชิญหน้าคู่กรณี “แพรวา พลอยชวริณทร์ เมืองอินทร์” ในขณะที่พี่สาวช็อก ร่วมสัมภาษณ์ไม่ได้

จริงๆ มีผู้เสียหายสองคน?
แพรวา : “ใช่ค่ะ อีกคนคือพี่สาว”
 
มีอาการช็อก?
แพรวา : “เป็นภาวะเครียดอย่างรุนแรง ตอนทีมงานไปรับก็จะช็อกในรถ”

เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น?
แพรวา : “ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าไป เราดูผ่านโซเชียล พี่สาวตอนนั้นอยู่ฮ่องกง หนูไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ก็คุยกันว่าเราบินมาเจอกันที่กรุงเทพฯ จะได้มาสักที่ร้านคุณนิกกี้ จริงๆ หนูติดตามคุณนิกกี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่เขาเป็นพริตตี้ก่อนมีลูก เราก็ชื่นชอบเขาตลอด เราว่าเขาเป็นคนน่ารัก ใจบุญ ก็คุยกับพี่สาวว่าเขาดีนะ เราก็ส่งไอดีไลน์ที่เขาโพสต์ในไอจีให้พี่สาวเรา พี่สาวดูแล้วชอบเขาก็ติดตามคุณนิกกี้เหมือนกัน เราก็เลยตัดสินใจมาที่ร้านนี้ พี่สาวหนูบินมาก่อนวันที่ 21 หนูมาวันที่ 22 หนูบินมาจากนราธิวาส”

ตอนแรกโทรนัดคิวกันก่อนมั้ย?
แพรวา : “นัด พี่สาวหนูอยู่ฮ่องกงก็ส่งไลน์กัน ก็ถามอ.เฟียร์ (สามีนิกกี้) ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง มีการโอนเงินมัดจำ”
 
เราทำวันไหน?
แพรวา : “วันที่ 23 ส.ค. ตอนเข้าไป เขาก็ต้อนรับดี ดูแลดี บริการดีทุกอย่าง ก็เจอทั้งคู่ ยังแซวว่าหนูสักปากจะสวยเหมือนพี่นิกกี้มั้ยเขาบอกว่าสวย ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปสัก เหมือนไปกับพี่ แต่สุดท้ายก็สักดีกว่า”
 
ตกลงพี่ทำอะไรบ้าง?
แพรวา : “ทำคิ้ว สักปาก ขอบตา ราคา 27000 เราสักแค่คิ้วกับปาก  18000 บาท พี่สาวสักก่อน ใช้เวลาไม่นาน ตอนสักหนูไม่ได้อยู่ด้วย คนสักคืออาจารย์เฟียร์  แล้วก็มีคนทายาชา”
 
ตอนสักรู้สึกยังไง?
แพรวา : “ตอนสักรู้สึกว่ามันลึก เขาบอกว่าที่ทำให้ลึกเพราะจะได้ไม่ต้องบินมาซ้ำหลายรอบ เราเข้าใจว่าเขาไม่อยากให้เราเสียเวลาบินมาหลายรอบ ก็เหมือนสักลึกไปนิดนึงเพื่อให้สีขึ้นชัด พอสักลึกก็จะมีเลือดซึม ถ้าผิวเรากรีดยังมีเลือดเอง อันนี้มีเลือดปนสีออกมา”

ทางคุณนิกกี้แกบอกว่าถ้ากล้องวงจรปิด ที่เห็นสีแดงๆ คือสี?
แพรวา : “มันคือสี แต่ก็จะมีเลือดซึมๆ ออกมา”

เจ็บมั้ย?
แพรวา : “ตอนแรกโดนยาชาอยู่ก็ไม่ค่อยเจ็บ ตอนลงจากข้างบนมาลงข้างล่างยังไม่ค่อยเจ็บ ที่เราเจ็บคือหลังจากยาชาหมดฤทธิ์แล้วค่ะ”



ตอนออกมาเขาปฏิบัติดีทุกอย่าง?
แพรวา : “ดีๆ ไม่มีอะไร เขาก็น่ารักเหมือนเดิม ไม่มีอะไร”
 
ถุงมือผมเห็นข้อความพูดคุยกัน คุณได้ถามคุณนิกกี้?
แพรวา : “คือเราถามว่าถุงมือสะอาดมั้ย ได้มีการเปลี่ยนถุงมือมั้ย คือที่เราไปรพ. หมอเขาถามเราว่าสถานประกอบการเป็นยังไงบ้าง สะอาดมั้ย เครื่องมือสะอาดมั้ย ถุงมือสะอาดมั้ย เขามีสิทธิ์ที่จะถาม เพื่อความมั่นใจเราก็เลยถามเจ้าของ”
 
คุณสัก 23 อาการเริ่มเมื่อไหร่?
แพรวา : “23 มีเลือดซึมอยู่แล้ว ถูกมั้ยคะ แต่มันจะเริ่มบวมหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ มันเริ่มบวมเจ่อๆ แต่ก็เฉยๆ วันที่ 2 เจ่อๆ แต่แปลกๆ แสบอ่ะ ถ้าหนูใส่แมส แล้วถอดแมสออกมามีเลือดติด เราเข้าใจได้ว่าเป็นผลข้างเคียง แต่พอดีหนูสักมาปุ๊บ มีเพื่อนที่เป็นหมอผ่าตัด เพื่อนสนิท เพื่อนบอกว่าพี่แพรไม่ไหวแล้วนะ ปากยูมันเฟะ เขาส่งจ่ายยาให้เรา ซึ่งเราไม่ได้กินยาร้านคุณนิกกี้ เพราะหมอเขาสั่งมาให้เราต่างหาก ทางร้านคุณนิกกี้เขาให้ยามา แต่เราไม่ได้กินของเขา”
 
 เพื่อนจ่ายยาอะไรให้คุณ?
แพรวา : “อะม็อกซีซิลลินและให้ยาลดบวมต่างหากของแพทย์ พันมิลลิกรัมเพิ่มโดสขึ้นมา เขากลัวเราติดเชื้อไงคะ เขาเป็นหมอผ่าตัด เขาดูแล้วกลัวติดเชื้อเลยให้กินอันนี้ดีกว่า หลังจากกินยา ของหนูยังบวม แสบแน่นอนตั้งแต่วันที่ 2 แต่บวมเริ่มบวมขึ้นเรื่อยๆ หนองเริ่มมา ของพี่สาวหนูเป็นหนองมากกว่า ของหนูเป็นตุ่ม”

คนอื่นเป็นอย่างนี้มั้ย?
แพรวา : “หนูว่าไม่นะ ค่อนข้างจะยาก หมอบอกว่าคนที่เป็นอย่างนี้ได้ มีภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรงแล้ว”
 
เข้ารพ.สองคนพี่น้อง ใครเข้าก่อน?
แพรวา : “พี่สาวค่ะ เพราะพี่สาวไม่ได้กินยาเหมือนหนู พี่สาวเข้าวันที่ 26 ค่ะ”

เขาเลยเป็นเยอะกว่าคุณ?
แพรวา : “ใช่ค่ะ ถูกต้อง เท่าที่ถามคุณหมอ หนองอยู่ข้างใน มันต้องใช้ยาทางเส้นเลือดดำเท่านั้นถึงจะหาย”

คุณนิกกี้บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เขาให้ข้อมูลมาแล้วว่าห้ามกินอาหารอย่างปลาร้า ส้มตำ หรือของแสลง คุณกินหรือเปล่า?
แพรวา : “หนูไม่ได้กินแน่นอน ปากหนูอย่างนั้นใครจะกินพี่ ปากเราบวมเราเจ่อเราเป็นแผล ไม่มีใครกินหรอก หนูไม่บ้ากินหรอก หนูก็รักตัวเอง”

ถุงไม้ถุงมือ มีกล้องวงจรปิดมาโชว์ว่ามีการใส่ถุงมือและมีการเปลี่ยนจริงๆ?
แพรวา : “อันนี้หนูก็คลายข้อสงสัย ถ้าหนูถามแล้วเขาตอบเรามา เราก็โอเคในใจ ถ้าเขาเปลี่ยนเราก็สบายใจ เราถามไปเขาตอบ เราก็สบายใจตรงนี้”

ในมุมการดูแล เขาบอกว่าเขาติดต่อตลอด?
แพรวา : “ติดต่อจริง แต่ต้องบอกก่อนว่าที่พี่นิกกี้เข้ามาแล้วหนูส่งสลิปไปหาเขาเลย มันไม่ใช่ มันมีการพูดคุยอยู่ก่อนหน้านั้นอยู่แล้วว่าพี่นิกกี้จะเข้ามามั้ยคะ พี่นิกกี้จะได้ทราบเรื่องเชื้อเรื่องอะไรด้วย เข้ามาหาหมอมั้ยเพราะคุณหมอเขาไม่ติดต่อกลับอยู่แล้ว”

เขาบอกว่าคุณให้เบอร์หมอ?
แพรวา : “ใช่ เพราะตอนแรกเขาบอกว่าเขาไม่สะดวกมา หนูก็พยายามหาเบอร์คุณหมอให้เขาติดต่อ แต่พอคุณหมอมาตอนเช้า เขาไม่สะดวกไงคะ ก็เลยบอกว่าพี่นิกกี้เข้ามาหาหมอเลยได้มั้ย จะได้รู้กัน พี่จะถามว่าหนูเป็นอะไรยังไง ก็ถามหมอเลย เพราะเราไม่ใช่หมอ คุณหมอตอบได้ดีที่สุดอยู่แล้ว”

ในมุมเชื้อ คุณนิกกี้สงสัยว่าติดเชื้อจากปากหรือเปล่า แล้วเชื้อคือเชื้ออะไร?
แพรวา : “ตั้งแต่วันแรกต้องบอกก่อนว่าเราถามคุณนิกกี้ไปแล้วว่า เราเข้ารพ. คุณนิกกี้ต้องให้เราทำอะไรบ้าง เขาก็น่ารักเขาบอกว่าเอางี้แล้วกัน หนูเข้ารพ.ไปก็บอกว่าติดเชื้อจากปาก แล้วคุณหมอเขาวินิจฉัยว่าติดเชื้อจากปากเนี่ย พร้อมใบรับรองแพทย์ พี่ก็พร้อมรับผิดชอบเลย”

คุณมีหลักฐานมั้ย?
แพรวา : “มีหลักฐาน มีคลิปเสียงเขาอยู่ว่าเขาพูดอย่างนี้จริงๆ ถ้าเป็นติดเชื้อจากปาก เขาพร้อมรับผิดชอบเลย (เปิดคลิปเสียง)”

ตรงนี้คุณรู้สึกไม่เป็นธรรมกับคุณ?
แพรวา : “ใช่ค่ะ พอเราเข้ารพ. วันแรก พอเราเห็นว่าจากปากปุ๊บ พอคุณหมอวินิจฉัยว่าให้ยาฆ่าเชื้อเลย ถ้าคุณนิกกี้ต้องการเชื้อจริงๆ ต้องบอกเราตั้งแต่ตอนแรกค่ะ เพราะคุณหมอจะได้ตรวจเชื้อไปเลยก่อนให้ยาฆ่าเชื้อ”
 
แต่นี่ให้ยาฆ่าเชื้อไปแล้ว เชื้อมันตายไปแล้ว?
แพรวา : “ใช่ค่ะ ถูกต้อง มาขอตรวจทีหลังไม่ได้ เพราะเชื้อมันหาไม่เจอแล้ว คุณหมอพูดแบบนี้เหมือนกัน”

ตอนนี้อยู่กับคุณนิกกี้และอาจารย์เฟียร์ เมื่อกี้เสียงคุณมั้ยที่เขาเปิด?
นิกกี้ : “ร้อยเปอร์เซ็นต์ เบอร์กี้ด้วยค่ะ เวลาก็จำได้ สามทุ่มสี่สิบ”
 
มีข้อสงสัยมั้ย?
นิกกี้ : “มีค่ะ อย่างแรกเลยเสียงนี้กี้ไม่ได้คุยกับคุณแพรวานะคะ กี้คุยกับคุณพี่สาว และวันนั้นพี่สาวเป็นคนบอกเองว่าจะเข้าแอดมิด เลยบอกว่าไปเลย เดี๋ยวกี้ดูแลให้ กี้โทรไปไม่ได้พิมพ์ไลน์เพื่อความสบายใจ กี้ก็รับปากไป เพราะวันนั้นพี่สาวคุณแพรวาไม่ได้บอกกี้นะคะว่าอันนี้เกิดจากกี้จริงๆ เขามีความกังวลไงคะว่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า กี้ก็เลยบอกว่าไปหาหมอเลย แล้วกี้ยินดีมาก ถ้าไม่มีเงินตอนนั้นก็จะออกให้ก่อน แล้วค่อยมาว่ากันตอนหลัง แต่ตอนหลังที่กี้มีความเสียใจ ไม่รับผิดชอบหรือไม่ไปจ่าย เอาตรงๆ ไม่ใช่ใจร้ายนะ แต่มีการคุยกับคุณแพรวาแล้วรู้สึกเลยว่า ทำไมกี้ต้องไปจ่าย ในเมื่อน้องคิดว่าเครื่องมือในร้านเรามีปัญหาทำให้เขาติดเชื้อ ต้องแยกสองประเด็นนะคะ”

แต่เมื่อกี้เขาบอกคุณดูแลดี?
นิกกี้ : “ใช่ค่ะ เพราะกี้คุยกับพี่สาว เขาไม่ได้คุยกับกี้ เขาพูดทำนองว่าถุงมือมีการเปลี่ยนมั้ยหรือลงลึกไปว่าในร้านเราทำให้เขาเป็น”

ประเด็นที่น้องพูด มีข้อท้วงติงอะไรมั้ย?
นิกกี้ : “ท้วงติงนิดนึงว่าน้องจะเปิดคลิปนี้ได้ก็ต่อเมื่อน้องเอาไลน์ที่เราคุยกันกับน้อง ไม่ใช่พี่สาว มาดูด้วยว่า ณ เบื้องต้นที่กี้ไม่ไปเพราะอะไร ณ ตอนแรกการที่เราคุยทางโทรศัพท์ ทางน้องเข้ารพ. เราสบายใจแล้ว น้องปลอดภัย แล้วเราจะเข้าไปดูแลน้อง ให้รักษาไปก่อน กี้อาจโลกสวยคิดว่าให้รักษาให้หายก่อน”
 
เจตนาคือดูแลอยู่แล้ว?
นิกกี้ : “จริงๆ คิดอย่างนั้น แต่พอได้มาคุยกับน้องสาวคุณแพรวา กี้เปลี่ยนความคิดเลย”

เห็นบอกว่ามีคำพูดที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างเมื่อกี้กับตอนแถลงข่าว คืออะไร?
นิกกี้ : “ตอนแถลงข่าวกี้นั่งดูอยู่นะคะ เพราะกี้เป็นห่วงมาก แล้วน้ำตาไหลไปด้วย หลายๆ คำพูดที่น้องบอกว่าไม่น่าเลือกกี้เลย เขาผิดหวังที่เลือกนิกกี้ เลือกเพราะนิกกี้มีความน่าเชื่อถือ แล้วชื่นชอบในตัวเรา พอเป็นแบบนี้เขาผิดหวังมาก คำนี้กี้สะเทือนใจ แต่อยากจะบอกว่ากี้ฟังคำนึงที่บอกว่าตอนสักรู้สึกเจ็บปวด รู้สึกเลือดไหลตลอดเวลา ตอนแถลงข่าว น้องแพรวาเป็นคนพูด จำได้แม่นเลย น้องบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ มีเลือดซิบๆ ตลอดเวลา ตั้งแต่ลงมาจากห้องสักแล้ว แต่เมื่อกี้บอกว่าสบายดี ดูแลดี”
 
แพรวา : “เมื่อกี้หนูก็บอกว่ามันมีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลานะคะ”

นิกกี้ : “งั้นดูจากคลิปมั้ยคะ มีกล้องวงจรปิด คนเราถ้ามีเลือดไหลตลอดเวลาต้องขอทิชชู่ซับปากมั้ยคะ แต่หนูไม่ได้ขอนะคะ”

แพรวา : “หนูไม่ได้ขอ แต่หนูเข้าห้องน้ำ และเอาทิชชู่จากห้องน้ำพี่ซับปาก”
 
นิกกี้ : “ถ้าเลือดไหลตลอดหนูจะเซลฟี่กับเพื่อนเหรอคะ”

แพรวา : “หนูไม่ได้เซลฟี่นะคะ”

นิกกี้ : “งั้นเดี๋ยวมาดูกล้องวงจรปิดกันมั้ยคะ เราสามารถเปิดได้ เขาลงมาแล้ว ดูยิ้มร่าเริง กี้บอกเลยว่าอันนี้ไม่ใช่พ้อยท์หลักหรอก พ้อยท์หลักคือถ้าน้องเจ็บปวดหรือมีอาการ แสดงอาการว่าน้องไม่โอเค กี้จะไม่ปล่อยให้น้องกลับ จะพาไปรพ.เองเลย รักษาเองเลยไม่ใช่ปล่อยปละละเลยเขา”

 จริงๆ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าลงมาอาการดีหรือไม่ดี ประเด็นคือน้องเขากลับไปบ้างแล้วเป็นหนอง?
นิกกี้ : “กี้ไม่เคยปล่อยลูกค้ากลับไปโดยมีปัญหา ถ้าน้องแถลงข่าวตามนี้มั้ยคะ ด้วยกล้องวงจรปิดไม่ใช่คำพูด”
 
ในมุมน้องเจ็บปวด แต่ในมุมกลับกัน คุณบอกว่าไม่ใช่ กลับไปปกติดี ตอนนั้นอาจไม่เกิดอาการ แต่พอกลับไปอาการที่เกิดขึ้น หนองขึ้นและมีไข้ เขาบอกว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่สักปาก ตรงนี้มองยังไง?
นิกกี้ : “น้องมีสิทธิ์คิดค่ะ เพราะน้องเพิ่งสักปากมา แต่น้องไม่มีสิทธิ์พิมพ์มาถามทำนองว่าถุงมือหรือตัวเราเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด หมายถึงแพรวนะคะ ไม่ใช่พี่สาว เรื่องนี้เซนซิทีฟสำหรับกี้มาก ถ้าน้องคุยดีๆ ว่าให้เข้ามาดูเขาหน่อย อยากให้เข้ามาดูเพื่อช่วยกันศึกษา กี้โอเค แต่สิ่งที่น้องพิมพ์มา ทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยคำพูดที่ว่าหนูเป็นอย่างนี้เพราะว่าสักปากร้านพี่”
 
 ในมุมที่คุณบอกไปว่าถ้าเกี่ยวกับปากแล้วทำให้เป็นไข้หรือไม่สบาย พี่ดูแลให้?
นิกกี้ : “เอาตรงๆ กี้ไม่ได้พูดในฐานะเจ้าของกิจการ เราพูดในฐานะที่เราเป็นคนนิสัยแบบนี้”

เขามีใบรับรองแพทย์ว่าเชื้อติดที่ปาก?
นิกกี้ : “ตอนแรกกี้ยืนยันนะคะวันที่คุยกับพี่สาวคือวันที่ 25 ว่าเขียนแค่นั้นพอมีให้อยู่แล้ว กี้คิดว่าเขามาจากต่างประเทศไงเขาเลือกเรา เราก็ควรรับผิดชอบตรงนั้น แต่พอหลังจากคุยกับน้องแพรวาวันที่ 26 เข้ารพ.แล้ว กี้เปลี่ยนความคิดทันที เพราะสิ่งที่น้องแพรวาทำคือให้กี้ไปรับผิดชอบตรงนี้นะ กี้เข้ามาจ่าย เพราะเราไปสักร้านพี่แล้วเป็นแบบนี้ กี้ต้องรับผิดชอบ เราก็บอกว่างั้นเข้าใจตรงกันนะ พี่กี้เข้าไปไม่ใช่ว่าพี่กี้รับผิดนะว่าพี่กี้ทำให้หนูเป็นแบบนี้ กี้พูดกับน้องอย่างนี้ น้องต้องเข้าใจก่อนว่าพี่เข้าไปจ่ายเพราะมนุษยธรรมนะ พี่อยากช่วยหนู แต่น้องเขาไม่โอเค เขาบอกว่าสรุปเลยนะพี่ พี่จะไม่รับผิดชอบใช่มั้ย กี้ไม่สามารถเอาเงินตรงนี้ไปจ่ายและให้สังคมเข้าใจว่าปิดเรื่องดีกว่า”

แขกรับเชิญอีกท่าน หมอกุ๊กไก่ มาให้ความรู้เรื่องการสักปาก ติดค้างประเด็นอะไรกันอยู่ ฝั่งนิกกี้เขาติดใจเรื่องการพูดออกไป ตอนแถลงข่าวเราพูดว่าเจ็บปวดทรมาน แต่เมื่อกี้บอกว่าดูแลดี?
แพรวา : “พี่เขาดูแลดี ตอนสักก็ดูแลดี ตอนข้างล่างก็ดูแลดี แต่ตอนเจ็บปวด มันเจ็บปวดหลังจากนั้นไงละ”

นิกกี้ : “แต่ตอนแถลงข่าวไม่ได้พูดแบบนี้นี่คะ”

แพรวา : “ตอนสักเจ็บมั้ย มันนิดหน่อย มันก็เลือดไหล สักลงไปยังไงเลือดก็ต้องไหลอยู่แล้ว”

นิกกี้ : “กี้กำลังจะบอกว่าวันแถลงข่าวสื่อเยอะ และน้องบอกว่าเจ็บตั้งแต่อยู่ในร้าน ลงมา ไม่ได้บอกว่าให้หนูเจ็บหรือไม่เจ็บ แต่หนูบอกว่าเจ็บมาก รูปก็จะเห็น พี่ถึงบอกว่าถ้าหนูเจ็บมาก พี่จะไม่ปล่อยให้หนูกลับ แค่นั้นเอง มันเหมือนร้านเราโหดร้ายมาก ทำน้องเขาเจ็บอยู่ในร้านและไม่ดูแล”
 
แพรวา : “ยาชามันแปะไว้ก่อนขึ้นใช่มั้ยคะพี่กี้”

นิกกี้ : “คือพี่กำลังจะพูดว่าหนูแถลงข่าวว่ามันเจ็บตั้งแต่ตอนอยู่ในร้าน แต่เมื่อกี้หนูบอกว่าหนูเจ็บหลังจากที่กลับ ดังนั้นพี่อยากรู้ว่าวันแถลงข่าวบอกว่าเจ็บในร้าน กับวันนี้ อันไหนจริง”

ตกลงเจ็บหรือไม่เจ็บตอนสัก?
แพรวา : “เจ็บนิดหน่อย แต่ไม่ได้เจ็บถึงขนาดทนไม่ได้”

นิกกี้ : “ตอนแถลงข่าวบอกว่าเจ็บมากนะ เสียงสั่นร้องไห้ด้วย”

แพรวา : “มันเจ็บอยู่แล้ว แต่เราก็ทนได้ไง อย่างเราไปศัลยกรรม”
 
นิกกี้ : “ตอนแถลงข่าวหนูร้องไห้นะคะหนูบอกว่าเจ็บมากจนทนไม่ไหว”

แพรวา : “พี่กี้ถามหน่อยว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ มันเกี่ยวอะไรกับการติดเชื้อ มันไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นที่เรามาวันนี้เลย”

นิกกี้ : “การแถลงข่าวมันทำให้เราเสียชื่อเสียงค่ะ”

ตอนนี้คุณแค่อยากให้เขาบอกว่าสักแล้วไม่เจ็บแค่นั้นเหรอ?
นิกกี้ : “ไม่ใช่ค่ะ กี้แค่จะบอกว่าที่น้องบอกว่ากี้ไม่สนใจน้องตั้งแต่น้องอยู่รพ. ตั้งแต่น้องเข้าร้านกี้ก็สนใจน้องแล้ว ว่าน้องเจ็บปวดมั้ย ถ้าน้องเจ็บปวดทุรนทุรายกี้คงไม่ให้น้องกลับ หรือเป็นปัญหาตั้งแต่ในร้าน การแถลงข่าวแบบนั้นทำให้ร้านกี้ดูเหมือนกับว่าทารุณกับลูกค้า นี่คือสิ่งที่กี้จะบอก อย่าพูดซี้ซั้วโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากล้องวงจรปิดบันทึกว่าอะไรบ้าง รับผิดชอบด้วย”

คุณว่าไงบ้าง?
แพรวา : “ถามว่าดูแลดีมั้ย มันก็ต้องดูแลดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะพี่หนุ่ม กล้องวงจรปิดไม่ได้เอาไมค์มาจ่อปากหนูว่าหนูเป็นไงบ้าง ถูกต้องมั้ยคะ โอเค เห็นว่าถ่ายรูปถ่ายอะไรกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกหนูจะเป็นยังไง ถูกมั้ยคะพี่หนุ่ม เพราะมันไมได้แสดงถึงความรู้สึก”

นิกกี้ : “พี่ไม่ได้ต้องการความรู้สึกว่าเป็นยังไง แต่ตอนที่หนูให้สัมภาษณ์ หนูรับผิดชอบคำพูดหนูมั้ยคะ ว่าหนูเจ็บปวดมาก หนูก็บอกพี่กี้สิคะ”

เอาเรื่องที่สอง เรื่องติดเชื้อ เรื่องถุงมือ ยังไง?
นิกกี้ : “น้องไม่ได้ถามกี้ แต่น้องตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานเรามีการเปลี่ยนถุงมือเคสบายเคสมั้ย กี้อ่านเข้าใจนะถ้าน้องพิมพ์อย่างนั้น ดีใจซะด้วยซ้ำที่น้องถามมา แต่น้องถามว่าควรแก้ไขและปรับปรุง”
 
แพรวา : “พี่หนุ่มอ่านตามแชตเลยดีกว่าค่ะ”

ในแชตเขียนว่าสิ่งที่เราอยากถามคือหนึ่งเรื่องความสะอาด คนฉีดยาชาได้เปลี่ยนถุงมือมั้ย จริงๆ ที่เราเห็นเขาใส่ถุงมือตลอด เขาทาปากลูกค้า บางครั้งในคลินิกจริงๆ ต้องเคสบายเคส ใส่และถอดทิ้งทันทีเมื่อใช้กับคนไข้ ลูกค้าต่อคนไม่จับสิ่งของอื่น เหตุการณ์ในครั้งนี้เราจึงหวังว่าคลินิกจะเข้าใจและรับผิดชอบ หรือแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้นนะคะ?
นิกกี้ : “กี้เชื่อว่าถ้าเรื่องนี้จบอยู่แค่อธิบายว่าน้องพี่ไปดูกล้องวงจรปิดแล้วนะ เขาเปลี่ยนถุงมือจริงๆ และเป็นเคสบายเคสก็คือจบ แต่น้องพิมพ์ตอบกลับมาว่าไม่รู้ล่ะ ยังไงอันนี้ก็เกิดจากพี่แน่นอน หมายถึงว่าเขามาสักที่นี่ ก็เลยติดเชื้อที่นี่ เอาง่ายๆ ถ้าไม่มาสักที่นี่ก็จะไม่ติดเชื้อแบบนี้ มันก็เลยวนมาที่เดิม น้องเขาไม่เข้าใจว่าถุงมือมีการเปลี่ยน ถ้ามีอะไรติดใจก็ถามได้อีก แต่น้องก็วนกลับมาว่า เอางี้แล้วกันพี่ พี่จะไม่รับผิดชอบใช่มั้ย เพราะถ้าหนูไม่สักร้านพี่ หนูก็จะไม่เป็นแบบนั้น”

เอาเรื่องถุงมือก่อน สรุปคือยังไง?
แพรวา : “เหมือนพี่กี้ไปทำนม ติดเชื้อเป็นหนอง แล้วพี่กี้มีสิทธิ์ถามคุณหมอหรือคลินิกหรือรพ.ที่พี่กี้ไปทำมั้ย พี่กี้ต้องถามอยู่แล้ว รพ.คุณเป็นยังไง เพื่อความกระจ่างชัดในใจเรา”

นิกกี้ : “พี่ไม่มีคำถามไหนเลยที่ไม่ให้หนูถาม  แต่พี่แค่บอกว่าในการคุยของเรา น้องสังเกตเห็นและให้เราปรับปรุง”

แพรวา : “หนูเขียนและขีดเส้นใต้ไปด้วยนะคะว่าเป็นสิ่งที่หนูอยากถาม ถ้าเขาไปดูในกล้องวงจรปิดแล้วถ้าไม่ได้เปลี่ยนถุงมือหรืออะไรก็จะได้รับผิดชอบและแก้ไข อันนั้นเป็นคำถาม”

วันนั้นคุณเห็นเขาใส่ถุงมือแล้วไปจับโน่นจับนี่มั้ย?
แพรวา : “คือพอคุณหมอถามเรา เราก็ไม่แน่ใจ เราก็ถามเจ้าของร้าน พอเราถามปุ๊บ เราก็ต้องอยากให้เขาให้เรากระจ่างใจว่าเป็นเพราะอะไร เพราะเราไม่ได้มีกล้องวงจรปิดอยู่ในมือเรา เราก็ต้องถามเขาสิคะพี่หนุ่ม”

นิกกี้ : “ต้องบอกว่าก่อนไลน์ได้มีการคุยกันเบื้องต้นว่าอะไรยังไง กี้ก็รับผิดชอบ คิดว่าน้องคงไปเห็นมามั้ง ว่าพนักงานเราไม่ใส่ถุงมือ กี้ไม่เชื่อพนักงานนะ กี้ว่าเขาด้วยซ้ำ กี้ต้องบอกให้เขาเปิดกล้องวงจรปิด จึงได้เห็น”
 
ความชัดเจน สรุปคิดว่าเป็นที่ปากเกิดจากอะไร?
แพรวา : “หนูก็คิดว่าเกิดจากการที่หนูไปสักปาก หนูเป็นคนแข็งแรง แล้วไม่เคยเป็นโรคอะไรเลย ซึ่งถามว่าเป็นภาวะทาลัสซีเมียมั้ยหนูไม่เป็น มีใบรับรองเรียบร้อย”

นิกกี้ : “พี่สาวล่ะคะ”

แพรวา : “พี่สาวก็ไม่เป็น เขาตรวจเลือดนะคะ เขาบริจาคเลือดทุก 3 เดือน ถ้าเขาเป็นเขาบริจาคเลือดได้มั้ยคะคุณหมอ ขอถามหน่อย”

หมอ : “ไม่ได้ค่ะ”
 
แพรวา : “ทาลัสซีเมียตรวจครั้งเดียว ไม่เป็นคือไม่เป็นถูกมั้ย”

นิกกี้ : “เราไม่ได้บอกว่าสิ่งนี้เกิดจากทาลัสซีเมียนะคะ”
 
แพรวา : “คุณบอกว่าเป็นภาวะ”

นิกกี้ : “ไม่ใช่ค่ะ”

แพรวา : “เขาบอกว่าคนมีภาวะแบบนี้เกิดขึ้นได้อาจเป็นโรค”

นิกกี้ : “ไม่ได้บอกชี้ชัดนะคะ”

ไปกินปลาร้าปลาแดกมามั้ย?
แพรวา : “พี่หนุ่มคะหนูปากเจ่อปากเจ็บขนาดนั้น หนูไม่บ้าไปกินปลาร้าหรอกค่ะ หนูไม่ใช่ไม่เคยทำศัลยกรรม ต้องมีการดูแลตัวเองระดับหนึ่งอยู่แล้ว เราก็ต้องรักตัวอง ไม่รักชีวิตตัวเองได้ยังไง”

คิดว่าที่เขาเป็นเกิดจากอะไร?
นิกกี้ : “เกิดจากภาวะ เอ่อ เราไม่ได้ระบุ เพราะไม่มีการตรวจเชื้อ แต่กี้เชื่อว่าเป็นไปได้หลังสักอาจจะติดเชื้อได้ ในการสักเราเชื่อว่าร้านเราสะอาดและดูแลอย่างดี กี้เชื่อว่าหลังสักก็เป็นไปได้ที่เกิดจากการติดเชื้อ แต่ติดเชื่ออะไรก็ระบุไม่ได้เพราะมันตรวจเชื้อไม่ได้แล้ว”

รับผิดชอบมั้ย?
นิกกี้ : “พูดตรงๆ เลยว่าในกรณีพี่สาวกี้อยากจะรับผิดชอบ แต่ไม่อยากให้เข้าใจว่าเรารับผิดชอบเพราะเราอยากกลบคดี หรือยอมรับว่าเราสกปรกหรือเราทำให้น้องเป็น ต้องเข้าใจนะคะว่าอาจารย์สักให้ก็จริง แต่คุณต้องดูแลตัวเองด้วย การสักแบบนี้มีเลือดมีแผล ไม่ใช่ว่าให้ร้านสักดูแลจนจบ จนสวยเลย ไม่ว่าจะทำจมูกหรือเลเซอร์ มันต้องมีการดูแลอย่างที่ถูกต้อง ก็อยากบอกน้องว่าการทำอะไรแบบนี้ มีเลือด มีแผล จะให้เราไปคัฟเวอร์ถึงขั้นมันไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ทุกอย่างมีผลข้างเคียงได้เสมอ น้องต้องไปดูนะคะหลังสักก็เกิดขึ้นได้”
 
อาจารย์เฟียร์สักมานานหรือยัง?
เฟียร์ : “10 ปีครับ ผมทำทุกวัน เป็นสีนำเข้าจากอเมริกา สีใช้แล้วทิ้งเลย น้องบอกว่าสักแล้วมีเลือดเต็ม อันนี้ก็เป็นธรรมดา มีเลือดซิบ ใช้น้ำเกลือกลับไปเช็ดสำลีซับๆ สองสามวันก็หายแล้ว แต่น้องเขาอาจไม่เคยทำ น้องเขาบอกว่าเลือดคาปากน่ากลัวมาก ซึ่งตรงนี้จริงๆ สุดท้ายเดี๋ยวก็ลอกและก็หาย”

นิกกี้ : “ไม่ใช่เรานิ่งนอนใจนะ แต่เราสักมานานเราก็จะรู้ขั้นตอนของมัน ตอนนี้คือปากลอก ถ้าน้องเปิดปากมา น้องจะเห็นว่าปากเริ่มตกสเก็ด พอหลุดมาพื้นปากจะเป็นสีดำ พอสีมันจะออก จริงๆ คนเป็นแบบนี้เยอะค่ะ เพราะจากประสบการณ์เรารู้ว่าเกิดจากหลายสาเหตุ แต่สุดท้ายมันจะหาย”

ตอนนี้ผ่านกระบวนการรักษามาเยอะแยะแล้ว ตอนนี้อาจไม่ได้เฟะหรืออะไรมากมายนัก ในวันที่หนองมันขึ้นเกิดจากอะไร?
นิกกี้ : “จากประสบการณ์เราไม่ใช่หมอ เดี๋ยวคนจะหาว่าเราสรุปเอาเอง จากประสบการณ์อาจติดเชื้อหลังจากที่กลับไปแล้ว ไม่ว่าจะป็นกรณีต่างๆ ที่กี้เคยได้ยินจากลูกค้ามา บางคนก็เป็นน้ำเหลืองไม่ดี บางคนเป็นลักษณะใช้ลิปมัน คล้ายๆ เซรั่มไปทาติดแผล ทำให้อุดตัน บางคนก็ทำความสะอาดไม่ดี อย่างเช่นทานอาหารเสร็จก็เน้นย้ำว่าให้บ้วนปาก ในใบรับรองก็ให้เอาน้ำเกลือเช็ด สามวันแรก ไม่งั้นช่วง 3 วันแรกไม่ทำตามที่เราบอกอาจติดเชื้อได้ หรือไม่ใช่แค่ทานอาหารแซบๆ ของหมักของดองเครื่องเทศก็สำคัญ แต่บางคนปฏิบัติหมดนี่แล้วก็ยังเป็น ก็มีค่ะ เพราะบางคนพักผ่อนน้อย เครียด ก็เป็นภาวะแบบนี้ได้เหมือนกัน นี่คือลูกค้าเรามาเล่าให้ฟัง  บางคนเป็นหนอง พุพองเหมือนน้องก็มี มันเกิดจากสิ่งต่างๆ ที่บรรยายมาเมื่อกี้ แต่บางคนไม่ทำอะไรเลยก็มี บางคนกินส้มตำไม่เป็นก็มี”

เฟียร์ : “แต่สุดท้ายสวยทุกคนนะครับ บอกไว้ก่อน”

ณ วันนี้สิ่งที่เรารู้สึกคือยังไง?
แพรวา : “เอาที่คุณหมอพูดดีกว่านะ คุณหมอบอกว่าการสักลงไป มีโอกาสติดเชื้อได้อยู่แล้ว ไมได้เข้าข้างตัวเองและไม่ได้ว่าพี่กี้ ปากต้องบอกก่อนว่าเป็นอะไรที่สามารถติดเชื้อได้ง่าย แล้วถ้ามีแผลเข้าไปในปาก หรืออะไรก็ตาม ไม่ว่าเชื้อในอากาศ เชื้ออะไรก็ตาม มันติดเชื้อได้หมด”

เฟียร : “แต่ขอบตาที่พี่สาวเขาทำไม่เป็นอะไรเลยนะ”

แพรวา : “ใช่ มันหลายๆ อย่าง ถ้าคิ้ว ตา ไม่ได้มีอะไรเข้าไปเหมือนปาก”

หมอ : “ปากเป็นจุดที่มีน้ำลาย มันจะชื้น มันจะมีเชื้อแบคทีเรียค่อนข้างเยอะ การติดเชื้อจะง่ายกว่า”
 
นิกกี้ : “ที่คุณหมอพูดก็อาจจะไม่ได้ติดเชื้อจากการอุปกรณ์การสักก็ได้ อาจจะเป็นภายในเขาก็ได้”

ประเด็นตอนนี้กลายเป็นประเด็นที่ว่าติดเชื้อแน่ แต่ติดเชื้อจากที่ไหน ทางนี้สังเกตว่าติดจากทางร้านหรือเปล่า ทางนี้ก็ตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับร้านเขาเพราะสักมาเป็นสิบปีแล้ว น่าจะติดเชื้อจากข้างนอก ?
นิกกี้ : “ซึ่งการพิสูจน์ จริงๆ น้องบอกว่าทำไมพี่กี้ไม่บอกให้ตรวจเชื้อตั้งแต่วันแรก ถ้าเข้าไปรักษาวันแรกถ้าพี่บอกหนูจะได้ตรวจเจอ บอกก่อนนะคะ ก็น้องไม่ได้บอกว่าเราเป็นคนทำให้เป็นแบบนี้ ร้านเราทำให้เป็นแบบนี้ เขาไม่ได้บอก หนูคุยกับพี่สาวเขา พี่สาวบอกว่าเขาเป็นหนอง เจ็บปาก อยากจะแอดมิด กี้ก็ให้เขาแอดมิดเลย แต่เขาไม่ได้ชี้ชัดนี่ว่าติดเชื้อจากเรา”
 
เฟียร์ : “น้องเขาอยู่ในร้านก็เอามือจับเล่น ก็ไม่แน่ใจว่าจับอะไรมาหรือเปล่า เข้าห้องน้ำมาก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้โทษน้องเขานะ มันมีกล้องอยู่”

นิกกี้ : “ตอนอยู่บ้านเราก็ไม่รู้ว่าน้องเขาทำอะไรบ้าง อันนี้เท่าที่เรามี”

ฝั่งนี้เขายืนยันว่าอยู่ร้านน้องก็เอามือไปจับปาก อยู่บ้านก็ไม่รู้จะทำแบบนี้หรือเปล่า?
นิกกี้ : “เรามีการคุยกันแล้ว มีการคุยย้ำกัน เรามีคู่มือให้ด้วยนะเพราะเราเชื่อจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ถ้าดูแลไม่ดี เป็นแบบนี้ทุกคน เราถึงไม่อยากให้หลุดและไม่อยากให้ไปดูแลตัวเองโดยไม่รู้เรื่อง อาจจารย์เฟียร์ก็ย้ำเรื่องนี้มาก กลับไปต้องดูแลตัวเองนะ”

เฟียร์ : “ขนาดผ่าหน้าอก เขายังไม่ให้เอามือไปจับ”

นมเป็นหนองเพราะอะไร?
นิกกี้ : “กี้ให้นมน้องและปั๊มทุกสามชม. ถ้าเลยรอบ ทำให้นมอุณหภูมิสูงและทำให้หน้าอกติดเชื้อ  นมมันออกไม่ได้ ตอนนี้ถ้าเกิน 3 ชม. กี้ต้องฉีดยา เพราะท่อนมอักเสบ ส่วนนึงที่บอกว่ากี้เข้าไปไม่ได้ หนนึ่งกี้ป่วยด้วย และหมอฝากน้องมาว่าเราโทรคุยได้ การโทรคุยก็ไม่ใช่เราไม่รับผิดชอบ การที่กี้ไม่เข้าไป กี้ต้องฉีดยาและกี้เป็นเยอะนะคะ กี้แค่ไม่บอกเฉยๆ ว่ากี้เป็นอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กี้ไม่ไป และโทรคุยอย่างเดียวไม่ได้ไม่สนใจกับสิ่งที่เขาเป็น”

แล้วจะทำยังไง ?
นิกกี้ : “เราอยากรู้ว่าร้านสักทั่วไปมีมาตรฐาน และเราทำดีที่สุดแล้ว อะไรจะยอมรับว่าลูกค้าทำเหมือนที่เราพูด คนก็มองว่าผู้บริโภคเวลาเดือดร้อนเสียหาย แต่ไม่พูดถึงผู้ประกอบการจริงใจ ทำถูกต้องแล้วต้องมาเจอแบบนี้ ต้องรองรับหลังกลับไปด้วยเหรอคะว่าถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามหรือทำอะไรสุ่มเสี่ยง เราต้องมารับผิดชอบด้วยใช่มั้ยทุกอย่างก่อนทำต้องเข้าใจว่าตรงกลางคืออะไร เราทำให้คุณสวย คุณกลับไปดูแลตัวเอง จบมั้ยคะ”

 อัตราเสี่ยง?
นิกกี้ : “50 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้าร้านไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งไม่ใช่ร้านเรา อย่างไม่เปลี่ยนเข็มสัก ใช้ถุงมือซ้ำ ใช้สำลีซ้ำ เปอร์เซ็นต์ติดเชื้อสูงมาก ติดเอดส์ด้วยซ้ำ แต่กี้มีกล้องวงจรปิดให้ดูตลอด เราไม่ได้โปรเท็กซ์ร้าน เรามีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด”

คุณแพรวามองยังไง?
แพรวา : “ถ้าพี่ว่าร้านพี่สะอาด แล้วถูกต้องทุกอย่าง แล้วพี่ถามว่าอะไรเป็นมาตรฐาน อันนี้เป็นคำถามนะคะ หนูขอถามว่าก่อนสัก พี่มีคำแนะนำให้กับลูกค้าว่าผลข้างเคียงมีการติดเชื้อรุนแรงพี่ได้พูดหรือเปล่า”
 
นิกกี้ : “พูดตอนอยู่ในห้องสักค่ะ ก่อนสักค่ะ”

แพรวา : “แต่หนูไม่ได้รับนะคะ”

นิกกี้ : “ไม่เป็นไรค่ะ เพราะน้องเปลี่ยนใจตอนอยู่ในร้าน”

แพรวา : “ตรงนั้นแล้วไป”
 
นิกกี้ : “แล้วไปได้ยังไงล่ะคะ น้องอยู่ในเหตุการณ์ทำไมไม่พูดล่ะคะ”
 
แพรวา : “พี่ไม่ได้บอกหนูไง หนูถามว่าพี่ได้บอกคนไข้หรือเปล่า”

นิกกี้ : “เราอธิบายพี่สาว เราไม่ได้อธิบายคุณ เพราะคุณเพิ่งเปลี่ยนใจมาทำตอนอยู่ในร้าน”
 
แพรวา : “ถ้าพี่จะบอก พี่ก็อธิบายหนูก่อนได้นะ แต่นี่พี่ไม่ได้อธิบายให้หนูก่อนทำไงคะ อันที่สอง เครื่องมือที่สักมีการตรวจหาเชื้อหรือมีอะไรมารองรับว่านี่สะอาดที่สุด”
 
นิกกี้ : “สิ่งที่เราตรวจคงไม่มี แต่สิ่งที่เขาคิดว่าทำความสะอาดแบบนี้ ดีที่สุด เราก็ทำดีที่สุดเท่าที่ในโลกนี้จะมีได้ในร้านเรา”

 ฆ่าเชื้อยังไง?
เฟียร์ : “มีเดตทอลกับแอลกอฮอลล์แช่ 1 วัน มีเครื่องอบฆ่าเชื้อที่เป็นยูวีที่นำเข้ามา”
 
หมอ : “ในการฆ่าเชื้อก็จะมีการอบยูวี เป็นมาตรฐานที่อาจไม่ได้กำจัดเชื้อทุกอย่าง แต่ถ้าสำหรับในอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้จิ้มไป ถือว่าโอเคไป”

เฟียร์ : “แกะใช้แล้วก็ทิ้งเลยครับ”
 
แพรวา : “ระหว่างสักพี่บอกว่าพี่ใช้น้ำยา มันเพียงพอกับการฆ่าเชื้อหรือเปล่า”

นิกกี้ : “น้องไม่ได้ฟังเหรอคะ”

แพรวา : “หนูตั้งข้อสังเกตว่ามันเพียงพอกับการฆ่าเชื้อหรือเปล่า”

นิกกี้ : “ถ้าตอบลึกขนาดนั้นก็ให้หมอตอบแล้วค่ะ อันนี้หลักสากลที่เราเห็นว่าร้านทั่วไปที่ได้มาตรฐานเขาทำกัน”

หมอ : “แอลกอฮอล์ก็ถือว่าโอเค ได้มาตรฐาน แต่เชื้อที่เยอะคือในปาก เราไม่สามารถกำจัดได้หมดอยู่แล้ว”
 
แพรวา : “หนูอยากถามอาจารย์ว่าที่สักมา 10 ปี มีใบรับรองอะไรหรือเปล่า”

เฟียร์ : “เรียนจบมาครับ”
 
แพรวา : “มีสถาบันอะไรรับรองมั้ยคะ หนูจะได้หายสงสัย”

นิกกี้ : “วันนี้ดีเลยค่ะ จบหลักสูตรสักตาสักคิ้ว สักปาก ได้มาตรฐาน ทั่วโลกรับรอง เขามีการอนุญาตอบรมในการมาเรียนอย่างถูกต้อง”

แพรวา : “มีอย. รับรองมั้ย”

นิกกี้ : “สีมีการนำเข้าและใช้ทั่วไปในหลักสากลทั่วไป เขาใช้กันทั่วประเทศ เราไม่สามารถลงลึกว่ามีอย.หรือไม่มีอย.”

สักหรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างโบท็อกซ์ ต้องมีการยอมรับ แล้วสีต้องใช้อะไร?
หมอ : “โดยกฎหมายต้องมีนะคะ แต่เราไม่รู้ว่ายี่ห้อไหนรับรอง”
 
แพรวา : “ใช้สีของอะไรคะ”

เฟียร์ : “จากอเมริกา”
 
แพรวาอยากให้ฝั่งนี้รับผิดชอบอะไร?
แพรวา : “หนูไม่ได้อยากออกมาเป็นข่าว ออกมาดังขนาดนี้เลย”

นิกกี้ “หนูดังแล้วล่ะ”

แพรวา : “ตั้งแต่ออกมาหนูติดต่อพี่กี้หลายครั้งมาก”

นิกกี้ : “พี่ก็ติดต่อกลับตลอด โทรกลับตลอด ทำไมหนูให้ข่าวว่าพี่ไม่ติดต่อกลับ ติดต่อช้านะ หนูดูแลเวลาที่ทักมามั้ย ทักมาสี่ห้าทุ่ม หนูมีมารยาทมั้ย แต่พี่มองว่าหนูป่วยไง พี่ก็ตอบกลับตอลด ใส่ใจตลอด พี่ให้นมน้องอยู่ พี่ก็วางน้องแล้วตอนหนูตลอด”

แพรวา : “หนูไม่รู้ว่าพี่ให้นมน้อง หนูเป็นลูกค้าพี่ หนูไม่สบายใจ หนูไม่ถามพี่แล้วหนูจะถามใครคะ”

เฟียร์ : “น้องให้ข่าวว่าไม่ติดต่อกลับมาเลย ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ตรงนี้ไม่ถูกต้อง”

แพรวา : “บางอันพี่ก็ตอบช้าจริงๆ มั้ยคะ”

นิกกี้ : “เดี๋ยวนะคะ ตอบช้าไม่ถึงชม. ทักมาตอนสี่ทุ่มนะคะ สี่ทุ่มคุณหมอตรวจเหรอคะ การตอบไลน์พูดตรงๆ โทรมาพี่ก็รับ”

ฝั่งนี้อยากให้เข้าไปฟังหมอพูด ให้ไปปรึกษากับหมอรักษา เหมือนตอบข้อสงสัยได้?
นิกกี้ : “เขาตอบกี้ไม่ได้ว่าเชื้ออะไร แล้วจะให้กี้เข้าไปคุยอะไร”

แพรวา : “เราบอกเขาตลอดจะเกิดจากเหตุอะไรก็ตาม ถามหลายรอบมากว่าเข้ามามั้ย”

นิกกี้ : “แล้วพี่ตอบมั้ย”

แพรวา : “พี่บอกว่าพี่ไม่สะดวกเข้าไปเพราะพี่อักเสบจริงๆ พี่สะดวกคุย”

แล้วทำไมไม่ให้สามีเข้าไป?
นิกกี้ : “ถ้าเฟียร์เข้าไป เขาก็ต้องแคนเซิลลูกค้าต่างประเทศ กี้ไม่ได้บอกว่าเขาไม่สำคัญนะ แต่เรามีกล้องวงจรปิด เขาสักทุกวันจริงๆ เราเป็นเจ้าของร้านเราก็เข้าไปเอง กี้มองว่ากี้ไม่สะดวก แล้วตอนแรกน้องบอกว่าโทรคุยกันได้ แต่ตอนหลังมันเป็นแบบนั้นก็ไม่อยากจะฟัง”

จะดูแลเขามั้ย?
นิกกี้ : “ตอนนี้ข่าวที่ออกมากี้เสื่อมเสีย น้องยังไม่มีการตรวจเลยว่าเชื้ออะไร มีการระบุนิกกี้ปากเน่า ตอนนี้ความรู้สึกพี่ เซิร์สมาจะรับผิดชอบยังไง ความเสียหายเกิดในใจพี่ น้องยังไม่พิสูจน์เลยว่าเกิดจากอะไร แต่ตอนนี้ข่าวออกมาว่ากี้แย่มาก กี้ไม่รับผิดชอบ”

ทางนี้ก็ยังอยากให้เขารับผิดชอบ?
แพรวา : “ถูกต้องค่ะ”
 
นิกกี้ : “หลังกลับบ้านไป ไม่รู้วาโกหกหรือเรื่องจริง แต่ในร้านเรารู้ว่าเราทำอะไรไว้”
แพรวา “หนูเป็นคนสะอาดคนนึงนะ ไม่ได้สกปกรกขนาดนั้น พี่สาวหนูเฮลท์ตี้มาก สะอาดมาก มือก่อนจับปากก็ต้องล้างมือ”

ถ้าอีกร้อยคนไปสัก จะมีโอกาสติดมั้ย?
หมอ : “มีโอกาสติดค่ะ มันก็ขึ้นกับการอธิบายคนไข้ก่อนที่จะทำ อาจจะเป็นเพราะเคสนี้ไม่ได้ติดต่อมาด้วย ขาดการอธิบายด้วยส่วนนึง”

นิกกี้ : “แต่ไม่ได้หมายความว่าเราอธิบายแล้วจะหมายความว่าเราเป็นคนทำนะคะ”
แพรวา : “ถ้าพี่อธิบาย เราจะได้เข้าใจแต่เขาไม่ได้อธิบาย”

นิกกี้ : “ตอนนี้น้องเข้าใจแล้ว น้องรู้หรือยังว่าเกิดจากอะไร ณ ตอนนี้ เวลานี้ แล้วตอนนี้ในสมองเริ่มรู้สึกหรือยัง กี้รู้สึกโมโหเพราะอธิบายแล้ว”

เขาเป็นคนเจ็บ เขาไปสักที่ร้าน เขาก็ต้องนับหนึ่งจากที่ร้านก่อน?
นิกกี้ : “กี้คุยดีในไลน์ วันนี้ที่กี้รู้สึก ทั้งสื่อทั้งอะไรออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับกี้ เจอภาวะคนต่อว่าเราไม่รับผิดชอบ กี้ก็มีความรู้สึกนะ”

จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย?
แพรวา : “ก็ได้นะคะ ถ้ามันไม่จบก็เป็นไปตามนั้น แต่ถึงทุกวันนี้เราก็ยังไม่ได้แจ้งความ ด้วยความที่เราเห็นเขาน่ารักกับเราในร้าน เราก็คิดว่าเราน่าจะคุยกันได้รู้เรื่อง ถ้าเขาเปิดใจ ไม่ใช่หนูเปิดใจอย่างเดียวนะคะ ถ้าพี่บอกว่าหนูต้องเปิดสมอง พี่ก็ต้องเปิดสมองด้วย”

นิกกี้ : “พี่เปิดสมองตั้งแต้วันแรกแล้วค่ะ น้องไม่รู้เอง”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: