ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

แตงโม แซะ เอิร์ก ซึ่งหน้า หากินกับคนตาย


จากกรณีที่เกิดมวยถูกคู่ ระหว่าง “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” ที่เข้าไปแซะ “เอิร์ก เลเดอเรอร์” ตลอดเวลาในอินสตาแกรม ทั้งรกสื่อ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ จนอีกฝ่ายโต้กลับดังอยู่แล้วไม่ต้องช่วยดัน ไม่รู้จักกันอย่าทำร้ายกัน ล่าสุดโหนกระแสวันที่ 28 ก.ย. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28  ได้เปิดอกคุยกับ “แตงโม นิดา  พัชรวีระพงษ์” ดารานักแสดง ซึ่งให้สัมภาษณ์กลางรายการเผชิญหน้า “เอิร์ก  เลเดอเรอร์” เป็นครั้งแรก
 
สองคนนี้รู้จักมาก่อนมั้ย?
แตงโม : “ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่โมเคยรู้จักเก๋ ผ่านผู้จัดการส่วนตัวเพราะเขาเคยทำงานด้วยกัน แต่กับน้องเอิร์กไม่รู้จักกัน”

เอิร์กเคยได้ยินฉายาคุณแตงโมมั้ย?
เอิร์ก : “จริงๆ รู้จักคุณแตงโมในฐานะนักแสดง เมื่อก่อนก็ชื่นชอบครับ”

ประเด็นที่เกิดขึ้น มีข่าวหลายๆ ข่าวเกิดขึ้น เช่นคุณแตงโม มีการลงบอกว่ารกสื่อ นี่หมายถึงใคร?
แตงโม : “โมก็จะอธิบายตามข้อเท็จจริงและความรู้สึก โมรู้สึกว่าพอมีการตอบโต้กันไปตอบโต้กันมา เหมือนเราตีปิงปองกันไม่หยุด และมีคนใช้ตรงนี้ไปอยู่บนสื่อ โมเลยมีความรู้สึกว่างั้นรวบรัดตัดตอนเลยดีกว่า ถ้าเห็นว่าเป็นการตลาดหรือการโปรโมตอะไร เราช่วยไปเลยดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาเป็นข่าวสองสามรอบ ตอบกันไปตอบกันมา”

คุณกำลังจะบอกว่าคุณเอิร์กกำลังพรีเซ็นต์ตัวเองหน้าสื่อ เพราะโปรโมตคลินิกตัวเองหรือตัวเอง ลักษณะอย่างนั้นมั้ย?
แตงโม : “ใช่ค่ะ เราก็ต้องยอมรับว่าในส่วนหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของน้องเขา คือน้องเขาเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก แล้วโมคิดว่าน้องเอิร์กมีความฉลาดในการทำการตลาด ซึ่งตรงนี้ก็เป็นผลประโยชน์ของเขา ซึ่งเขาต้องทำมาหากิน เราก็รวบรัดตัดตอนให้เขาไม่ดีกว่าเหรอ ถูกมั้ยคะ ยังไงเรารู้อยู่แล้วว่าเถียงไปเถียงมาก็เป็นข่าวอยู่แล้ว งั้นไม่ต้องมาเป็นข่าววันที่หนึ่งที่สอง ว่าทางนั้นตอบยังไง ก็ทางลัดไปเลย”

คุณไม่สบายใจกับเรื่องอะไรที่คุณเอิร์กกระทำ ถึงต้องแซะ?
แตงโม : “เอาอย่างนี้ดีกว่า เรื่องต่างๆ ที่โมเข้าไปพิมพ์ ถ้าทำให้น้องเอิร์กหรือใครหลายๆ คนเข้าใจผิดว่าโมยุ่งเรื่องชาวบ้าน ถ้าสร้างความรู้สึกแบบนั้น โมขอโทษไว้ก่อนเลยตรงนี้ แต่ว่าสิ่งที่โมทำทุกอย่างมีเหตุผล ตัวโมเองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ก็จะเข้าใจหลายๆ คนที่ประสบเหตุ ดังนั้นก็พูดตามตรงว่าคนตายพูดไม่ได้ แต่เราพอจะพูดได้ว่าคนก่อนจะตายเขารู้สึกยังไง เขามีความสูญเสียอะไรบ้าง เขาถึงได้ตัดสินใจทำแบบนั้น ซึ่งน้องเก๋ก็เป็นเพื่อนกระติกและติดตามข่าวตลอด ก็รู้สึกว่าสังคมให้การดูแลเอาใจใส่กับคนเป็นโรคซึมเศร้าน้อยเกินไป บวกกับคนที่อยู่รอบข้างคนเป็นโรคซึมเศร้า เขาก็หาข้อมูลน้อยเกินไปที่จะดูแลคนที่เรารักที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ จนทำให้เกิดการเสียชีวิตขึ้นทุกวันๆ ปีนึง 4 พันคน อัตราการตายค่อนข้างสูง ทำไมไม่ช่วยกันที่จะรักษาพวกเขา แล้วสิ่งที่โมรู้สึกกับน้องเอิร์กคือเมื่อน้องเก๋ตายไปแล้ว โมมีความรู้สึกว่าหลายคนยังคาใจในส่วนของการแสดงออกซึ่งความเสียใจของน้องเอิร์ก จนทำให้หลายคนคาใจว่าน้องเอิร์กเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เป็นอย่างนี้หรือเปล่า”
 
เหมือนคุณเอิร์กเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เก๋ฆ่าตัวตาย  คุณเอิร์กบอกว่าไม่ใช่ มีเหตุผลก็เลยรู้สึกว่าไม่ชัดเจนหรือยังไง?
แตงโม : “ก็ในส่วนที่น้องเอิร์กอธิบายมาเป็นเรื่องข้อมูลเชิงลึกที่เขาสองคนรู้กัน ซึ่งโมไม่สามารถไปก้าวก่าย จริงหรือไม่จริง คนตายมาพูดไม่ได้ แต่ยกประโยชน์ให้น้องเอิร์ก เพราะน้องเอิร์กเป็นคนที่อยู่และเป็นคนที่รักกับคุณเก๋มานาน เพียงแต่ว่าโมอาจจะรู้สึกว่าน้องเอิร์กไม่มีความเข้าใจไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า”

ตอนคุณเก๋อยู่เขาต้องดูแลให้มากกว่านี้ หรือยังไง?
แตงโม : “ใช่ อีกอย่างหนึ่งที่หลายคนอยากรู้ก็คือในเรื่องธุรกิจหรือหลักฐาน ยกประโยชน์ให้เพราะมีหลักฐานมาแสดงยืนยัน โมได้ฟังทั้งหมด รู้สึกว่าโอเคมันต้องมีความจริงอยู่แล้วล่ะ ไม่งั้นเอิร์กคงไม่มายืนยันความจริงได้”
 
คุณคิดว่าสิ่งที่คุณเอิร์กทำคือปลอม?
แตงโม อันนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา เพียงแต่ว่าปัญหาที่กระทบกับคนอื่นไม่ว่าปลอมหรือไม่ปลอมไม่ได้เดือดร้อนกับใครเพียงแต่ว่าอาจต้องระวังน้องเองว่าน้องอาจเข้าข่ายในโรคบางโรคก็ได้”

จะบอกว่าเขาเป็นโรคอะไร?
แตงโม : “โมมีข้อมูลที่ศึกษามา เอาเรื่องน้องเก๋ก่อนนะคะ (หัวเราะ) คือถ้าเรื่องธุรกรรมต่างๆ เขามีหลักฐาน เพยงแต่ว่าเรื่องจิตใจวัดด้วยค่าอะไรไม่ได้ ถ้าน้องเก๋เสียชีวิตด้วยการผิดหวังหรือการสูญเสียหรือความรู้สึกไร้ค่า อันนี้บางทีน้องเอิร์กก็ต้องยอมรับว่ามาจากตัวเองด้วย”



เอิร์กมองยังไงเขาบอกว่าเก๋ฆ่าตัวตายคุณมีส่วน?
เอิร์ก : “จริงๆ แล้วไม่รู้ว่าเก๋ทำไปเพราะอะไร เอิร์กก็งงอยู่ แต่ว่าในส่วนการดูแล เอิร์กดูแลในส่วนที่เรารักกันเหมือนครอบครัว เอิร์กทำเต็มที่แล้ว แต่เอิร์กไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะเก๋เขามีครอบครัวแล้ว ซึ่งประชาชนถ้าได้ดูพร้อมกันตอนเก๋เสีย เอิร์กรู้มาตลอดเกือบ 4 ปี เอิร์กไปงานหมั้นเป็นญาติผู้ใหญ่ให้เก๋ แต่เอิร์กต้องปิด เพราะเป็นเหตุผลของคนที่อยู่ในวงการ เรื่องกระแสที่อาจจะตกอะไรก็ตาม เอิร์กก็พูดยาก แต่เอิร์กไม่สามารถก้าวก่ายเขาได้มากกว่านี้ เพราะเก๋เขามีครอบครัวแล้ว”

แตงโม : “แต่ว่าพี่โมมีความรู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ รับฟังหรือพิมพ์ความเป็นห่วงเป็นใย”

เอิร์ก : “เราทำกันมาตลอดอยู่แล้วครับ จนวินาทีสุดท้ายที่เก๋ตาย เรายังคุยกันอยู่เลย เราคุยกันตลอดเวลา ในข่าวที่ถูกปล่อยออกมาไม่ว่าจากใครก็แล้วแต่ ที่บอกวาเก๋เลิกคบเอิร์กตั้งแต่เดือนเม.ย. ปีที่แล้ว แต่พ.ค. เก๋ยังไปเที่ยวยุโรปกับเอิร์กอยู่เลย พ.ค.-มิ.ย. แล้วจะเลิกคบกันได้ยังไง อันนี้เอิร์กอยากให้คุณแตงโมคิดในมุมเอิร์ก เรื่องนี้มันซ้อนซ้อนยิ่งกว่าละครมาก”

แตงโม : “โมเข้าใจว่าซับซ้อน ฉะนั้นโมคิดว่าคนที่ใกล้ชิดเขามากที่สุดนอกจากครอบครัวของเขา จากเท่าที่ฟังเก๋เขาสัมภาษณ์ นอกจากครอบครัว โลกทั้งใบเขาคือคุณเอิร์ก เขาก็หวังว่าคุณเอิร์กจะเป็นที่พึ่งพิงให้เขาได้ เขาทุ่มเททั้งกายและใจให้จริงๆ ในเมื่อรักกันขนาดนี้ น้องเอิร์กรู้ว่าเก๋พยายามฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง ฉะนั้นเอิร์กต้องรู้ว่าเก๋เป็นโรคซึมเศร้า”

เอิร์ก : “จริงๆ ต้องบอกว่าเก๋บอกกับเอิร์กตลอดว่าเก๋ตายได้ตลอดเวลา ตั้งแต่คบกันมา ก็พูดยากนะ เพราะเขาก็เสียไปแล้วไม่อยากพาดพิง เก๋เขาเหมือนพยายามให้เราแยกกันอยู่ตลอดเวลา ด้วยความที่เขามีครอบครัว ทำให้เอิร์กรู้สึกว่าเอิร์กทำดีที่สุดแล้วในฐานะนี้ แล้วที่บอกว่าโลกทั้งใบ เก๋เขาลงในไอจีก่อนเสียชีวิตแป๊บเดียว นั่นคือแฟนเขาไม่ใช่เอิร์ก ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว ณ ตอนนี้ มันจะเป็นเอิร์กหรือเปล่าที่เป็นโลกทั้งใบของเขา”



คุณเอิร์กพิมพ์ว่าดาราคือต้นแบบที่ดี ดังแล้วครับไม่ต้องดัน ไม่รู้จักกัน อย่าทำร้ายกันเลย ฝากถึงดาราคนหนึ่งที่เคยชื่นชม?
เอิร์ก : “ก็พูดตรงๆ แบบนี้เลย”

แตงโม : “เราต่างคนต่างพิมพ์หาซึ่งกันและกัน”

เอิร์ก : “เอิร์กตรงไปตรงมา คุณแตงโมก็ตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ก็ยอมรับว่าเคยชื่นชอบคุณแตงโมมาก”

ครั้งหนึ่งใช่มั้ย?
เอิร์ก : “(หัวเราะ) ที่ผ่านมาเราชื่นชอบมาตลอด ตั้งแต่เรายังวัยรุ่นอยู่เลย เราเป็นห่วงภาพลักษณ์เขาด้วย เหมือนเราชื่นชมเขามาก่อน พอเราเห็นเขาพิมพ์อาจรุนแรงนิดนึง แต่ตัวเอิร์กไม่ได้รู้สึกอะไรนะ เอิร์กเข้าใจว่าต้องมีอารมณ์บ้างแหละเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ อาจสงสารเก๋ ก็ยิ่งรู้สึกดี เพราะเขารักเก๋ เข้าใจเก๋ แต่เอิร์กเห็นคนวิจารณ์คุณแตงโมเยอะ อยากบอกว่าเป็นคนของประชาชน ก็ไม่ได้ต่อว่า เป็นการกระตุกกันนิดหนึ่ง”

คุณไปแจ้งความที่ปอท.?
เอิร์ก : “ครับ มีไอจีหนึ่ง ไอจีอื่นไม่แจ้งความเลย แต่แจ้งความไอจีนี้เพราะเขาไม่ได้ขุดเรื่องเก๋ ไม่ได้มีความเป็นกลาง ว่าเก๋ตายอะไรยังไง หาหลักฐานช่วยเอิร์ก โทรศัพท์อยู่ไหน โน้ตบุ๊กอยู่ไหน”

เพราะเขาเอาความจริงมาพูดหรือเปล่า?
เอิร์ก : “ถึงจะเป็นความจริง มันก็เรื่องของเรา มันคือเรื่องของเอิร์ก ไม่เกี่ยวกับเก๋ เพราะฉะนั้นคุณกำลังล้ำเส้นเรา ไม่ให้เกียรติเรา ทั้งที่เราไม่รู้จักกัน คุณเอาเรามาด่าเสียๆ หายๆ เอาต้นตระกูลเรามา ทุกอย่าง นามสกุล บ้าน ทุกอย่าง มันไม่ได้เกี่ยวตรงนั้น แต่ถ้าเพจอื่นเขาเอาทั้งเอิร์ก คู่หมั้นเก๋ ทั้งดาราคนอื่น ที่เข้ามาสัมภาษณ์ เอิร์กโอเค จะด่าเอิร์กยังไงเอิร์กไม่แคร์”

แตงโม : “ต้องมีคนอื่นร่วมถูกด่าอยู่ด้วย”

เอิร์ก : “อันนี้พูดถึงเอิร์กคนเดียวและเอาให้เอิร์กตายคนเดียว ต้องขุดเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่มาโจมตีเรา”

เหมือนเรื่องมันชี้มาที่คุณ?
เอิร์ก : “ข้อความบางข้อความมันล้ำเส้นมากเกินไป”

กรณีข้อความที่คุณคุยกับคุณเก๋ก่อนเสียชีวิต เขาบอกคุณเอามาไม่หมดแล้วมาอ้างว่าคุยกับคุณเก๋?
เอิร์ก : “เอาจริงๆ นะที่เอามาไม่หมดเป็นเรื่องของเงิน เราแค่รู้สึกว่ามันไม่ดีถ้าเราเอาออกมา แต่ ณ วันนี้ ถ้าจะเปิดโทรศัพท์เอิร์ก เลื่อนไลน์เก๋ขึ้นไปเลยก็ได้นะ เพราะว่าเอิร์กมีทุกอย่าง บริสุทธิ์ใจหมด แต่บางครั้งเป็นเรื่องของกฎหมาย เราเอาออกมาไม่ได้ แต่มันก็เนื้อหาแค่นั้นแหละ ให้เห็นว่าเรายังคุยกัน ยังรักกันก็พอ แต่เอิร์กก็ตกใจเหมือนกันนะ และเอิร์กก็โปรเทคเก๋ด้วย นี่ไม่ได้มาพูดสร้างภาพ ใครจะคิดว่าเอิร์กสร้างภาพเอิร์กไม่แคร์ เพราะเอิร์กไม่สนอยู่แล้ว แต่สนแค่ว่าในไอจีขุดมาประมาณว่าเก๋ด่าเอิร์ก มันดีเหรอเอาคนตายมาประจาน”

คุณเป็นแอดมินไอจีนั้นหรือเปล่า?
แตงโม : “ไม่ใช่ค่ะ เป็นแค่ฟอลโลเวอร์ของเขาเฉยๆ ก็ติดตามและเขาหายไปเลย(หัวเราะ)”

เอิร์ก : “เก๋ไปคุยกับเพื่อนๆ แล้วด่าเอิร์กไม่ดี คำหยาบหมดเลย คุณคิดว่ามันดีเหรอ เอาคนตายมาประจาน ทั้งที่คุณบอกว่าคุณรักเก๋ คุณรักจริง”

แตงโม : “มุมมองคนที่ได้อ่านรู้สึกว่าเขาไม่ได้พยายามเอาคนตายมาแฉ เขาพยายามบอกว่าคุณมีปัญหากันจริงๆ”

เอิร์ก : “พูดแบบนั้นก็ยิ่งดี แต่ทำไมไลน์เอิร์ก เก๋คุยกับเอิร์กดีล่ะ ทำไมคุยกันจนวินาทีสุดท้าย แต่ทำไมคุยกับคนอื่นไม่ดีล่ะ”

ทำไมไปพูดในรายการคุณโก้แบบนั้นล่ะ ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ?
เอิร์ก : “ใช่ นั่นคือสิ่งที่เอิร์กงง บอกตั้งแต่วันแรกว่างงว่าเกิดอะไรกับชีวิตเอิร์ก”

วันนี้มีการตั้งประเด็นว่าคุณให้เก๋เป็นหนังหน้าไฟ ให้เก๋เป็นคนโอนเงินเข้ามาหาเก๋ แต่คุณเอาเงินไปใช้ วันนึงเก๋โดนกลต.เล่น เสร็จปุ๊บคนอื่นมาทวงเงินกับเก๋ เก๋ไม่มีเงินใช้ ก็บอกว่าเอิร์กเอาเงินคืนมาจะได้คืนใช้เขา แต่คุณไม่ให้เขา คุณเลยต้องไปเซ็นสัญญาคืนกับแฟนคนเก๋ เขาวาอย่างนั้น เก๋เลยเครียดและเกลียดคุณ?
เอิร์ก : “ฟังชัดๆ นะครับผม เรื่องหนังหน้าไฟ ผมได้ยิน ต้องบอกว่าไปรื้อคำสัมภาษณ์เก่าๆ เก๋ดูแล้วกัน เก๋อยากออกหน้าเองทุกอย่างเพราะเก๋อยู่วงการบันเทิงและเอิร์กคือเบื้องหลังที่ดันเขา”
 
เรื่องนามสกุลยังไง?
เอิร์ก : “เลเดอเรอร์เป็นนามกสุลเอิร์กจริงที่ไม่ได้แต่งขึ้นมา และหลายคอมเมนต์ที่เมนต์ว่า เลเดอเรอร์ถูกแต่งเพื่อให้เป็นฉายาเอิร์กและเก๋ เหมือนนามสกุลในวงการมั่วๆ ซึ่งไม่ใช่ครับ เอิร์กกับแม่ได้โชว์บัตรเรียบร้อยแล้ว และนามสกุลนี้เป็นนามสกุลผู้ใหญ่ เก่าแก่จริงมั้ย จริงครับ แต่ตัวเอิร์กไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเก่าแก่ ยิ่งใหญ่ หรือความสูงศักดิ์ตรงนั้นเลย เพราะเราคือหางแถว เราคือคนธรรมดา ไม่หมกเม็ด”
 
คุณใช้สองนามสกุล?
เอิร์ก : “มีนามสกุลยายครับ ณ วันนี้เรื่องนามสกุลขอให้จบแค่นั้นเลย ไม่ใช่สาระสำคัญตรงนี้”

เรื่องเอิร์กเซิ้นเจิ้นที่ถูกขุด?
เอิร์ก : “ไม่ต้องมาขุดเอิร์ก ไม่ต้องมาคิดว่าเอิร์กจะใช้หรือไม่ใช้อะไร เอิร์กเป็นคนธรรมดา คุณควรจะมองหรือเปล่าว่าเอิร์กต้องพยายามแค่ไหนกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ให้ไปมองบ้าน มองรถ มองธุรกิจใหญ่ๆ ดีกว่ามั้ย  มามองอันเล็กๆ เราจะซื้ออะไรก็ได้ป่ะ คนคิดว่าเอิร์กไม่มีปัญญาซื้อของเล็กๆ แล้วเอิร์กจะมีปัญญาสร้างธุรกิจใหญ่ๆ ของเอิร์กได้ยังไง มองแค่นั้น เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ไปดูตึกที่เรามีมั้ย ธุรกิจที่เรามีมั้ย เขาจะโจมตีให้เราดูแย่ ดูดร็อป แต่ไม่อยากให้โจมตีเพราะเป็นแค่

ในวันที่ พฤ. 27 ก.ย. 2018 14:44 ชัยยุทธ รักทอง <aoodblack2119@gmail.com> เขียนว่า:
ทนายรูปหล่อกระอัก! “อัจฉริยะ” เปิดหลักฐานเด็ดครั้งแรก! แฉวิ่งเต้นซื้อสำนวน - ล้มคดีดาราสาว ขุดคดีเก่าอื้อ

     โหนกระแสวันนี้เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเปิดโปงหลักฐานและพยานกรณีมีการวิ่งเต้นล้มคดีของดาราสาว เพื่อให้หลุดคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด พร้อมไฝว้จัดเต็มทนายรูปหล่อ ล่าสุดโหนกระแสวันที่ 27 ก.ย. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28  ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “อัจฉริยะ  เรืองรัตนพงศ์” ประชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และ “คุณบ๊วย” แม่เด็ก 8 ขวบที่เสียชีวิต ถูกมือปืนยิงตัดขั้วหัวใจ ซึ่งออกมาแฉกลอุบายทนายรูปหล่อ ที่ทำให้ผู้ต้องหาหลุดรอดจากคดีดังกล่าว

แม่บ้วย เหตุการณ์เกิดขึ้นนานหรือยัง?
บ๊วย : “25 พ.ค. 58 วันนั้นเราได้ยินเสียงรถ เราแง้มหน้าต่างดู มีผู้ชายคนนึงเปิดกระจกแล้วควักปืนยิงเข้ามาบ้านเราเลย แล้วรถก็ขี่ไปเลยเป็นรถปิ๊กอัพ เราวิ่งออกไป เรานอนชั้นล่าง แม่เรานอนชั้นบน ปืนวิ่งเข้าชั้นบน กระจกแตกเราก็วิ่งออกไป เราก็ถามแม่ว่าแม่เป็นไรอะไรหรือเปล่า แม่บอกว่าโดนปืน”

มีกี่คน?
บ๊วย : “บ้านเราครอบครัวใหญ่มี 10 กว่าคน แต่นอนข้างบน 4 คน มีหลาน 3 คน และยาย 1 คน บ้านเราต่ำกว่าถนนอยู่ขอบสะพาน ถนนสูงกว่าเยอะ เราก็เหมือนได้ยินเสียงกระจกแตก ก็หลายนัด เราก็รีบวิ่งไปตามญาติให้เอารถออก แฟนก็ออกมาพร้อมกัน ไม่ทันถึงบ้านได้ยินเสียงว่าลูกเราถูกยิง”

 ตอนนั้นอายุเท่าไหร่?
บ๊วย : “8 ขวบ เราวิ่งไปบนบ้านก็เจอแฟนกำลังอุ้มลูก เลือดออกปากออกจมูก แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าโดนตรงไหน แฟนก็รีบวิ่งเอาน้องไปส่งรพ. น้องเสียชีวิต โดนยิงตัดขั้วหัวใจ น้องนอนตะแคงหันหน้าเข้าถนน ยายเอาแขนพาดที่หลังน้อง กระสุนทะลุเลยมาเข้าแขนยาย กระสุนที่ฆ่าน้องอยู่ในแขนยาย ตอนนี้ผ่าออกแล้ว”

 ประเด็นที่เกิดขึ้นตามมา คุณแม่เห็นผู้ต้องหา?
บ๊วย : “ค่ะ แรกเริ่มเลยผู้ต้องหาคนนี้เคยมาหาพี่ชายเรา แต่เราไม่รู้จักว่าเขาคือใคร เขามาถามหาเฉยๆ ว่าพี่เราอยู่บ้านมั้ย ในอาทิตย์นั้นมาหา 2 วันก่อนจะยิง เราก็ไม่ได้สนใจ ยอมรับว่าพี่ชายไม่ใช่คนดี มีเรื่องยาเสพติดตลอด เพราะคนที่มาเราไม่ต้อนรับอยู่แล้ว เราไม่ค่อยคุยเท่าไหร่ เราเป็นคนออกไปคุยกับเขา เราจึงจำหน้าเขาแม่น เขาตะโกนถามพี่ชายอยู่มั้ย เราจำหน้าได้ เขาก็มายิง”

วันที่ยิงเห็นยังไง?
บ๊วย : “เขาเปิดกระจกลงสุด แขนยื่นออกมาแล้วยิง บ้านก็ติดถนนเลยค่ะ น่าจะสิบเมตร แต่เราไม่เคยวัด”

เห็นชัดเจน?
บ๊วย : “เห็นชัดเจนค่ะ ยืนยัน เราไม่ได้แจ้งเลย เราโทรบอกกำนันที่หมู่บ้านว่าบ้านเกิดเรื่องมีคนมายิง กำนันมาที่บ้าน มีคนโทรแจ้งความ พอเราไปถึงโรงพยาบาล ตำรวจก็ไปถึงแล้ว เราก็ชุลมุนเรื่องลูก พี่ชายก็โทรมา เขาบอกว่าได้ข่าวว่าบ้านเราโดนยิงเหรอ หนูก็บอกว่าใช่ เขาก็ถามว่าหลานเป็นไงมั่ง ก็บอกว่าหลานตายแล้ว เขาบอกว่ากูรู้ว่าใครยิง เขาก็บอกชื่อให้ตำรวจฟังเลย พี่ชายเอารูปให้ดู เขาไม่กล้าเจอตำรวจ ส่งมาทางเฟซคนอื่น เราเห็นรูปก็บอกว่าใช่ จำได้เลย”

ตอนยิงกี่โมง?
บ๊วย : “เที่ยงคืนกว่า เรามีไฟหน้าบ้าน ไฟสองดวง ตอนนั้นเราตัดต้นไม้หมดเลย เพื่อจะถมโคกบ้าน”

ตอนได้ยินเสียงปืนยิงคุณกล้าเปิดผ้าม่านดูเหรอ?
บ๊วย : “เราเปิดไปดูก่อนเพราะได้ยินเสียงหมาเห่า ปกติบ้านนอกเขาเปิดหน้าต่างดูอยู่แล้วใครมา เพราะบ้านเราไม่มีรั้ว”

ตำรวจตอนแรกบอกว่าเป็นคนๆ นี้?
บ๊วย : “พี่ชายขอสายกำนัน ตอนแรกอิดออดเพราะตัวเองไม่ใช่คนดี กลัวสาวไปถึงยาเสพติด เราก็เลยบอกว่าหลานตายขนาดนี้ มึงต้องบอกแล้ว”

     ตร.จับคนนั้นมาขึ้นศาล?
บ๊วย : “เราเป็นพยาน ไม่ได้มีเงินจ้างทนาย ขึ้นแล้วก็สู้กันตามปกติของศาลชั้นต้น จำไม่ได้ว่าวันที่ 1 หรือ 2 คนรูปหล่อเดินไปบ้านเราเลย คดียังไม่จบ กำลังสืบพยาน เข้ามาถึงบ้านเรียกเรา ตอนแรกเราก็ตั้งท่าเพราะรู้แล้วว่าเป็นทนายตรงข้าม เพราะตอนเราไปศาลครั้งแรกเขาหลอกถามเราว่านอนดึกเหรอ ตอนแรกเราไม่รู้ว่าคือทนายรูปหล่อ เราเข้าไปห้องพิจารณาคดีก่อนเวลา เราก็มานั่งคอย ทนายรูปหล่อก็เข้ามาคุย จนอัยการเข้ามาถึงถามว่ารู้จักเขาเหรอ เราก็บอกไม่รู้จัก อัยการก็บอกว่านี่แหละทนายฝั่งจำเลยจ้างมา เราถึงรู้ มาถามว่าตื่นเช้าเหรอ เข้างานกี่โมง ก่อนจะสืบพยาน เราก็ตอบหมด เราไม่รู้ คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาล  เขาก็บอกว่าที่มาถามข้อมูล เพราะจะให้ลูกความรับสารภาพ จะได้ไม่โดนโทษประหารชีวิต คนผิดก็ต้องยอมรับ เดี๋ยวกลับไปอีกวันจะให้รับสารภาพเลย”

มั่นใจว่าเป็นทนายหล่อ?
บ๊วย : “ใช่ เพราะตอนแรกทุกคนออกมาหมดเลย หลานบอกว่าทนายรูปหล่อคนนี้เหรอที่ว่าความน้อง โห หนูไม่น่านับถือเลย หนูเคยโทรไปปรึกษาคดีของน้องกับเขาเลยทางโทรศัพท์”

หลังจากนั้นยังไงต่อ?
บ๊วย : “หลังจากนั้นเราก็เจอที่ศาล เขาไปบ้านเราตรงนี้ๆ ใช่มั้ยที่เห็น พอถึงที่ศาล คนรูปหล่อไม่มองหน้าเราด้วยซ้ำ ทำเหมือนไม่รู้จักกัน และจำเลยก็ปฏิเสธทุกข้อหา ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 18 ปี แต่เราไม่เข้าใจคำพูดศาลท่าน ศาลท่านถามอัยการว่าปิดคดีใน 7 วันได้มั้ย อัยการก็บอกว่าได้ไม่มีปัญหา เราก็เลยคิดว่าตรงนี้หรือเปล่าที่หลอกถามเราแล้วเอาไปแนบ ชั้นอุทธรณ์เราไม่ได้ไปยุ่ง เพราะเราเป็นแค่พยาน”

ทำไมมาหลุดได้?
บ๊วย : “เราไม่รู้เลย”
อัจฉริยะ : “มันเป็นเรื่องอัยการ เป็นเรื่องการแก้อุทธรณ์ สองฝ่ายมีสิทธิ์ตามกฎหมาย พี่เขาก็ยื่นในศาลฏีกาอยู่”
     
ตกลงบุคคลที่เป็นจำเลย เห็นบอกว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ไปอยู่ที่อื่นจริงมั้ย?
บ๊วย : “อันนี้ไม่รู้เลย เพราะตอนสืบพยาน พยานคือลูกเขา ที่เราไปนั่งฟังนะ แต่ที่เราเห็นพยานฝั่งเขา มีลูกเขาคนเดียว”

ทางทนายรูปหล่อกับฝั่งนี้เขาสนิทกันเป็นเครือญาติกันจริงหรือเปล่า?
บ๊วย : “ที่เรารู้จากพี่ชายเรา จำเลยคุยในคุก ว่ายังไงก็หลุด คนรูปหล่อดังจะตาย ยังไงก็หลุด ไม่กลัวหรอก เขาเป็นญาติกับเลขาคนรูปหล่อแต่ไม่ได้เป็นญาติกับคนรูปหล่อ”

ที่ช้ำใจมากคืออะไร?
บ๊วย : “เราไม่ได้ก้าวล่วงศาลท่านนะคะ เรายอมรับอยู่แล้ว แต่ที่เราอยากจะพูดคือการเป็นคนรูปหล่อต้องการมีชื่อเสียงเงินทอง แต่ใช้กลลวง ถ้าคุณเข้ามาดีๆ ก็ว่าไป แต่นี่คุณใช้กลลวงกับเราซึ่งไม่มีความรู้อะไร มาหลอกถามข้อมูลเรา เพื่อเอาไปช่วยจำเลย ถ้าเราแพ้ตามที่ศาลท่านตัดสินเรายอมรับ ที่เราออกมาพูดไม่ได้ก้าวล่วง แค่อยากให้รู้ว่าคนรูปหล่อมีกลลวงขนาดไหน สังคมยกย่องแต่จริงๆ ไม่ใช่ ถ้าชนะใสๆ ตามกฎหมาย เราไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว”

    คิดว่าตรงไหนเขาถึงทำให้ชนะ?
บ๊วย : “เราคิดว่าเขาเข้าไปถ่ายรูปในบ้านเรา คือจากบ้านเราถึงถนนกี่เมตร เหมือนแอบถ่ายรูปตอนมืด ถ้าเราไม่หลงกลเขา เราไม่ให้เขาเข้าบ้านเราก็ได้ ควรมีจรรยาบรรณ และมนุษยธรรมมากกว่านี้”

สมมติเป็นไปตามทนายรูปหล่อบอกว่าคุณมองไปอาจไม่เห็นก็ได้ตอนกลางคืน?
อัจฉริยะ : “โดนหลักจรรยาบรรณวิชาชีพเขาไม่ทำกัน เพราะเป็นคู่ความกัน เข้าบ้านไม่ได้อยู่แล้ว แล้วนี่มาโดยใช้กลอุบาย”

 ติดใจตรงนี้?
อัจฉริยะ : “ใช่ คุณมาให้คำมั่นสัญญาว่าคุณจะให้ลูกความคุณรับสารภาพ เขาถึงยอมให้คุณเข้ามาในบ้าน มาถ่ายรูป ถ่ายอะไร เขาเรียกว่ากลอุบายที่สกปรก แล้วเอาไปใช้ในการซักค้านซึ่งมันไม่ควรทำ วิธีการแบบนี้เขาเรียกทนายสายโจร โดยมรรยาทเขาไม่ทำกัน สู้กันในข้อกฎหมาย ไม่ได้เอาความเจ็บปวดของแม่อายุ 8 ขวบ ซึ่งเขาเจ็บปวดทุกข์ทรมาน สูญเสียลูกไปจากการกระทำที่โหดเหี้ยม แล้วเกี่ยวพันค้ายาเสพติด คนแบบนี้เหรอที่คุณทำเพื่อประชาชน วันนี้สิ่งที่บอกคุณช่วยคดีค้ายาเสพติดและฆ่าเด็ก 8 ขวบ มันเหมาะสมและถูกต้องมั้ย”

พี่อัจมองว่าทนายรูปหล่อคนนี้ไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดอีกแล้ว?
อัจฉริยะ : “ใช่ แล้วคดีที่สองคือไปหลอกลวงสองสามีภรรยาที่ส่งออกอาหารทะเล และไปเรียกเก็บเงินเขา 5 แสน จาก 7 แสน โดยเพียงแค่คุณแนะนำให้เขาไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการ คดีที่เขาไปวิ่งเพื่อให้ผู้ต้องหาได้รับโทษมากขึ้น ไม่ได้วิ่งให้ผู้ต้องหาพ้นผิดนะ คุณเป็นนักกฎหมาย มีความรู้ด้านกฎหมาย คุณใช้วิธีรู้จักอัยการ วิ่งเต้นได้ให้เขาสืบสองคำ แล้วเรียกเขา 7 แสน แต่เขาให้ 5 แสน อ้างว่าจะเอาเงินสดไปให้อัยการ สุดท้ายศาลตัดสินมาคำเดียว คุณก็ไม่ยอมคืนเงินเขา จนเขาทวง มีการบันทึกเสียงเอาไว้ นอกจากนั้นยังไม่พอ ถึงวันนี้คุณยังให้คนไปข่มขู่เขา เรามีวงจรปิด มีหลักฐานทุกเรื่อง ถ้าไม่จริงมาฟ้องผมเลย เรื่องที่สามคือไปลวนลามผู้หญิง เรามีหลักฐาน”

คือเรื่องอะไร?
อัจฉริยะ : “คือทำทีบอกผู้หญิงว่าตัวเองเป็นโสด ไม่มีครอบครัว อยู่แบบชายโสดมา 2 ปีชวนเขาไปโน่นไปนี่ พอได้จังหวะก็ตีสนิทไปบ้านเขา พอเขาอยู่บ้านไม่มีผู้ใหญ่ก็ลวนลานเขา อีกเรื่องก็คือขณะนี้นอกจากสองสามเคสที่เราพูดก็มีเรื่องความเก่า ตามไปช่วยคนที่วิ่งเต้นคดียาเสพติด กุ้งมังกรนี่คดีนึง และมีอีก 2 เคสที่มาร้องเราอีก”

 เรื่องกุ้งมังกรนี่คืออะไร?
อัจฉริยะ : “คือกุ้งมังกรมีคนๆ นึง ชวนคนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการล้มคดีของดาราสาวไปกินกุ้งมังกรแถววัดท่าไม้ ก็ให้เงินเขามา 5 หมื่น แล้วบอกว่าห้ามนำความลับไปเผยแพร่ เขาไปกินกุ้งจริงๆ คนละตัว แต่มีเงิน 4 หมื่นให้เป็นน้ำจิ้ม วันที่ขึ้นศาลจะให้อีก 5 หมื่น ปรากฏว่าเขารู้ว่าเป็นการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี”

  พี่มีหลักฐานอะไร และทำไมคิดว่าเป็นการวิ่งเต้นล้มคดี?
อัจฉริยะ : “นี่เป็นรายการแรกที่โชว์หลักฐาน ไม่เคยโชว์ให้ใครดู นี่คือสำนวนคดีที่คนรูปหล่อซื้อมาจากตำรวจ ไม่มีลายเซ็นตำรวจ นี่เป็นสำนวนคดีที่เป็นคำให้การของผู้ต้องหา ต้องบอกเลยว่านี่คือสำนวนคดีที่มีการซื้อมา ในคดีดาราสาว ให้ดูตัวอย่าง เป็นรายการแรก ซื้อทั้งแฟ้ม แต่เอามาให้ดูตัวอย่าง  นี่เป็นคำให้การผู้ต้องหา ตามกฎหมายไม่สามารถเอาออกมาได้”

คดีเดียวกันแต่ไม่ใช่ดาราสาว?
อัจฉริยะ : “ก็ในกลุ่มดาราสาวนี่แหละ ได้มาทั้งแฟ้ม เอาแบบนี้ดีกว่า”

ทนายท่านนั้นไปซื้อสำนวนจากผู้ต้องหาอีกคนนึงเหรอ?
อัจฉริยะ : “ซื้อจากตำรวจ  สำนวนนี้ก็เป็นของตำรวจ”

 เป็นสำนวนแฟนดาราสาวใช่มั้ย?
อัจฉริยะ : “ทั้งหมดในคดี ไม่ว่าจะพยานหรืออะไร เหมือนรู้ข้อสอบก็เลยแก้ข้อสอบกัน”

เหมือนซื้อข้อสอบ?
อัจฉริยะ : “ในอดีต 2543 คนๆ นี้ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ เขาใช้อีกชื่อ ณัฐวุฒิ นามสกุลก็ไม่ใช่นามสกุลปัจจุบัน มีคดีรุมโทรมเกิดขึ้นเมื่อ 25 ก.ย. 2543”

ไปกล่าวหาเขาหรือเปล่า?
อัจฉริยะ : “ผมมีหลักฐาน ผมพูดอะไรผมมีหลักฐาน ไม่จริงมาฟ้องผมได้ มีคดีรุมโทรม พื้นที่สอภ.กระทุ่มแบน สิ่งที่เกิดขึ้น คนร้องเรามา มากกว่า 5 เคส พูดง่ายๆ เป็นผ้าป่า อย่างที่ผมบอก ถ้าผมทำผิดมาแฉผมได้ เคสผมชี้แจงได้ แต่สำหรับคนนี้มีคนร้องเรามาไม่ต่ำกว่า 5 เคส และเกี่ยวพันกับคดียาเสพติดทั้งนั้น เกี่ยวกับเรื่องการวิ่งเต้น”

ด้วยเหตุผลอะไร ทำไมถึงต้องขยี้เรื่องนี้ ขยี้บุคคลท่านนี้?
อัจฉริยะ : “ยาเสพติดบ่อนทำลายชาติ การที่คุณมีเงินจากการค้ายาเสพติด แล้วคุณมาใช้เงินจากการทำผิดกฎหมาย วิธีสกปกรกจากการค้ายา เราถือว่าคนพวกนี้บ่อนทำลายชาติบ้านเมือง แล้วเอาเงินสกปรก มาวิ่งเต้นจ้างทนายโจร ตำรวจโจรบางคน อัยการบางคนที่เป็นสายโจร ทำการล้มคดี โดยการจ้างพยานเท็จ จ้างให้เบิกความเท็จ ไม่ให้ตรงกับสำนวน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องหาคดียาเสพติด  ผมถามว่าคนพวกนี้เป็นพวกจัญไรมั้ย พวกนี้อย่างที่ท่านสมหมายบอก พวกค้ายาเสพติดเป็นพวกเลว”

ท่านผู้บัญชาการนครบาลบอกว่าถ้าร้องไปไม่ได้เป็นตามที่พูดต้องรับผิดชอบ?
อัจฉริยะ : “ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมทำอะไรผมรับผิดชอบ ฟ้องร้องผมได้ถ้าไม่จริง ในการทำงานครั้งนี้ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ขัดแย้งส่วนตัว และไม่มีเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ เพราะหวย 30 ล้านผมเคยประกาศแล้วว่าถ้าตาจรูญได้เงินกี่ล้านก็แล้วแต่ไม่ต้องมาให้ผมสักบาทเดียวเพราะเป็นเงินอาถรรพ์ คดีหวย 30 ล้าน ใครได้เงินก็เอาไปแต่ผมไม่เอาแม้แต่บาทเดียวและผมไม่เคยมีผลประโยชน์อะไรกับคนรูปหล่อคนนี้อยู่แล้ว ที่เราทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ เราปล่อยไม่ได้”

 พี่มีหลักฐานทั้งหมด?
อัจฉริยะ : “เรามีหลักฐานทุกชิ้น นี่เป็นตัวอย่างแรกนะ เรามีเคสสองสามีภรรยาที่ถูกหลอกลวงอีก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: