ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ไม่สึก! เจ้าอาวาส เปิดปมดราม่าตัดต้นตะเคียนทำเฟอร์นิเจอร์ เชื่อถูกแฉซุก เมีย-ลูก


จากกรณีที่มีข่าวชาวบ้านรวมตัวไล่เจ้าอาวาสพ้นวัด เหตุตัดตะเคียนทำเฟอร์นิเจอร์ ทั้งที่ชาวบ้านให้ความเคารพบูชา เหตุเกิดที่วัดวาปีรัตนาราม ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ก่อนจะลุกลามด้วยการออกมาแฉว่า “พระครูวาปีศีลคุณ” เจ้าคณะตำบลย่านรี และเจ้าอาวาสวัดวาปีรัตนาราม แท้จริงแล้วมีลูกมีเมีย ล่าสุดโหนกระแสวันที่ 3 ต.ค. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “พระครูวาปีศีลคุณ” ร่วมด้วย “กำนันคำพล นงค์พรมมา” และ “ณรงค์ นงค์พรมมา”  รองนายกฯ อบต.

พระอาจารย์ไปตัดตะเคียนชาวบ้านจริงหรือเปล่า?
พระครูวาปีศีลคุณ : “คือตะเคียนนี้ ตั้งแต่พ.ศ.2554  มีนายหนั่น เขาถวายให้อาตมา แต่ขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว เขาถวายมาก็อยู่ทีวัด เหมือนเป็นไม้ผุแล้ว จมน้ำอยู่ ก็ใหญ่อยู่เหมือนกัน ไม่เป็นแผ่นแบนๆ ข้างในไม่มีอะไร เป็นครึ่งซีก”
 
เห็นว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้น?
พระครูวาปีศีลคุณ : “มีคนบริจาคมา ทางลูกหลานเขาก็มา บอกว่าถวายวัดไปแล้ว ทำไมต้องไปจองพ่อเขา พ่อเขาเสียชีวิตไปแล้ว ลูกเขามายืนยัน”

เหมือนทางหลวงพ่อจะเอาไปทำอะไรก็ไม่เป็นไร?
พระครูวาปีศีลคุณ : “ไม่เป็นไร เพราะเขาถวายไปแล้ว”

มีชาวบ้านมากราบจริงมั้ย?
พระครูวาปีศีลคุณ : “มากราบจริงตอนขึ้นใหม่ๆ เอามาใหม่ๆ มีประมาณสักเดือนนึง มีคนมา เหมือนร่างทรงอะไรมาทั่วไปหมด บางคืนมาเป็นสิบๆ คนมาทรง ร่างทรงก็มอมเมากัน เอาแป้งมาทาขาวจั๊วะเลยขอหวย ขูดด้วย ทั้งขูดทั้งทา แต่หลังๆ ไม่มี เพราะไม่ได้ให้ลาภให้โชคให้อะไรตามที่สื่อบางช่องบอกว่าไปขอพรอะไรได้หมดไปเอามาจากป่าดงดิบไม่จริง มีเจ้าของอยู่ เป็นทุ่งนาที่ส่วนบุคคลที่เขาถวายมา”



เรื่องจริงมั้ย?
ณรงค์ : “เรื่องจริง ไม้ต้นไม้เป็นไม้น้าผมเอง เป็นน้องแม่ของผม เพราะตรงนี้เป็นที่ดินของพ่อใหญ่ผม พ่อยกให้น้าหนั่นของผม ตรงนี้ตอนเอาไม้ขึ้น ผมก็ยังไม่ทราบ มาทีหลังก็บอกว่าไปเอาไม้มาจากสนั่น เป็นน้องแม่ผมจริงๆ แรกๆ ก็มีคนกราบไหว้ แต่ไม่เห็นมีใครถูก ท่านพระครูตอนแรกมุงหลังคาอยู่ หลังๆ ไปวัดก็ไม่เห็นมีใครมากราบไหว้”

กำนันเกิดเหตุขึ้นมาได้ยังไง ในเมื่อรองอบต.บอกว่าไม่มีใครไหว้ ท่านพระคุณจะเอามาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์แล้วถูกชาวบ้านด่า ไล่?
กำนัน : “พระอาจารย์อยากเอาตรงนี้มาไว้ให้เป็นประโยชน์แก่วัดที่เลื่อยมาทำเฟอร์นิเจอร์ ประตูหน้าต่าง ถ้าเกิดเอามาวางไว้อย่างนั้น ก็ดูแล้วจะผุก่อน เพราะไม่มีคนมารักษา พระอาจารย์เห็นว่าถ้าปล่อยนานไม้จะเสีย แกก็ไม่ได้เอาไปที่ไหนนะ เอามาไว้ที่วัด”

ชาวบ้านจะโกรธทำไม?
กำนัน : “พูดจากใจจริงนะครับ ตรงนี้เรื่องไม้ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก มันมีหลายเรื่อง”

มีอะไรมากกว่านั้น?
กำนัน :”อยู่ในหมู่บ้านนั้นมันมีหลายเรื่องมากก่อน ไม่ว่าจะเลือกตั้งผู้ใหญ่ เลือกตั้งอบต. พระอาจารย์ก็สนับสนุนคนดีในหมู่บ้าน มีการเลือกผู้ใหญ่มาก็เป็นประเด็นมาเรื่อย พระอาจารย์สนับสนุนคนที่ได้ แล้วคนไม่ได้ก็โกรธ แล้วหาเรื่องพระอาจารย์อยู่ตลอด”

พระอาจารย์มีโจทย์อยู่ในท้องที่นั้นเลย?
พระครูวาปีศีลคุณ : “จริง ก่อนเกิดประเด็นตรงนี้ มีเครือญาติอาตมา หลานอาตมา ถูกคนๆ นึงทำร้ายร่างกายแล้วกรอกยา ให้ไปเดินยาเสพติดให้ พอดีหลานไม่ไปเดิน เขาโทรหลอกไป เอาไปซ้อม”
 
เป็นยาเสพติดเหรอ?
พระครูวาปีศีลคุณ : “เป็นยาบ้า กลุ่มทางนี้มีอิทธิพลมาก เขาก็เริ่มก่อหวอด แล้วก็ฟ้องขึ้นมาเป็นคดีหลายๆ คดี ยิ่งก่อหวอดใหญ่เลยทีนี้ เรื่องศาลอาตมาไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว เขาก็มาก่อความวุ่นวาย มาโวยวายที่วัด เขาห้ามประกันตัวก็มาก่อหวอดใหญ่”
 
คนกลุ่มนี้เลยมาโวยเรื่องตะเคียนนี่เหรอ?
พระครูวาปีศีลคุณ : “พอหลังจากนั้นมาก็เข้าล็อกพอดี อาตมาก็ผ่าไม้ตะเคียนพอดี ที่ผุบ้างพังบ้างอาตมาไม่ได้บอกใคร เขาก่อหวอดตรงนี้ขึ้นมา คดีเรื่องส่วนตัวก่อนหน้านั้นเขาวิ่งหาชาวบ้านจะมาร้องเรียนหมดแล้ว พอดีอาตมาไปผ่าไม้เลยเอาตรงนั้นมาเป็นประเด็น ญาติเขาพวกเขาเยอะ เอาชุมชนนอกพื้นที่ด้วย คนมาให้ข่าว ไม่ใช่คนทำบุญในวัด เป็นคนนอกพื้นที่ด้วย เอามาต่อต้าน”

ยายยา อายุ 89 ปีถามมาทางเจ้าอาวาสว่าจะสึกหรืออกจากวัดดีๆ หรือจะให้ชาวบ้านไล่ออกไป บางคำแกบอกว่าเจ้าทำอะไรไว้ รู้อยู่แก่ใจ ทุกวันนี้ไม่มีชาวบ้านเข้าวัดทำบุญ เงินผ้าป่ากฐิน 3-4 แสนหายไปไหน เอาไปสร้างบ้านสองสามหลัง มีเมียข้างวัด มีลูก 2 คน?
พระครูวาปีศีลคุณ : “ไม่มีนะ”

บ้านหลังสีชมพูแถววัดเป็นของใคร?
พระครูวาปีศีลคุณ : “บ้านหลังสีชมพูก็อยู่ไกล ไม่ได้อยู่ข้างวัด มีบางสำนักบุกรุกไปที่บ้านหลังนี้ เหมือนไปถ่ายบ้านเขาออกสื่อทั้งที่เขาไม่รู้เรื่อง และจะไปสัมภาษณ์เขา พอเขาไม่ให้สัมภาษณ์ เมื่อคืนดูสื่อก็ยังรู้สึกว่าไม่สบายใจ เหมือนเสี้ยมและขู่บังคับเขา เขาไม่พอใจ เกิดความเกรงกลัวก็โทรหาญาติพี่น้อง บ้านหลังนั้นเป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานหลายคน ลูกสาวมีแฟนต่างชาติ มาซื้อที่ดินสร้างบ้านให้พ่อแม่ญาติพี่น้องอาศัยกัน ไม่ได้เกี่ยวกันเลย พอมีข่าวชาวต่างชาติก็ประสานมา จะขอมาชี้แจงตรงนี้ด้วย ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น ลูกเขาก็อยู่ต่างประเทศ รู้จักแต่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย”
 
นอกจากบ้านหลังนั้น มีบ้านหลังอื่นด้วยหรือเปล่า?
พระครูวาปีศีลคุณ : “อาตมาสร้างบ้าน ให้คนยากจนเป็นโครงการที่ริเริ่มมา 4-5 ปีแล้ว  13 หลังแล้ว ไปตรวจสอบรายชื่อได้เลย”


 
หลวงพ่อสร้างบ้านให้ป้าทรัพย์?
ป้าทรัพย์ : “จริงค่ะ พระอาจารย์บอกว่ามีโครงการแบบนี้ เดี๋ยวมาดูบ้านให้นะ ประสานกับทหาร มาดูและสร้างบ้านให้ พอเดือนเสองเดือนก็พานายทหารไป บอกว่าจะสร้างบ้านให้ป้าเพราะบ้านหลังเล็ก อยู่กับพื้นดินไม่สะดวก”
 
เงินเป็นเงินใคร?
ป้าทรัพย์ : “พระอาจารย์ท่านหามา”
 
เท่าไหร่?
พระครูวาปีศีลคุณ : “หลังนึงก็แสนสอง ซื้อวัสดุ กำลังแรงก็เอามาจากทหารบก 22 ปราจีนบุรี”

เขาเป็นอะไรกับเราหรือเปล่า?
พระครูวาปีศีลคุณ : “ไม่ได้เป็นนะ พระอาจารย์ก็ยากจนมาก่อน พอเห็นแบบนี้มันสลดใจ มันสะกิดใจทันที ก็คิดขึ้นได้ช่วงที่ทหารไปดูแล แล้วไม่ได้ทำแค่บ้านโยมหลังเดียว มีอีกหลายหลัง มีป้ายติด มีเจ้าหน้าที่ นายอำเภอ”
 
ยืนยันว่าเรื่องเมีย-ลูกไม่จริง?
พระครูวาปีศีลคุณ : “ไม่จริง”

ถ้าเขาไปสืบมาได้?
พระครูวาปีศีลคุณ : “ก็ให้ไปสืบมาดู อาตมาบวช 27 ปี เป็นเจ้าอาวาส 21 ปี ก่อนหน้านี้มีภรรยา แต่ไม่มีลูก แต่เขาไปมีแฟนใหม่แล้ว อยู่ในพื้นที่”

เงินเอามาจากไหน?
พระครูวาปีศีลคุณ : “เงินส่วนหลักคือทางบริษัทบริจาค ให้ปีละแสน ห้างหุ่นส่วนต่างๆ อาตมาทำผลประโยชน์เพื่อส่วนรวม ปีที่ผ่านมาได้ 4 หลังแล้วแต่โยมที่บริจาคมา บางหลังก็แสนหนึ่งแสนสอง แล้วแต่ ตอนนี้ทำ 13 หลังแล้วและมีใบเกียรติบัตรให้ด้วย ใครบริจาคแม้แต้พันเดียวก็มีใบมอบให้ทุกคน อาตมาได้มาส่วนหนึ่งก็ช่วยกันด้วยทั้งหมด”

เงินสามสี่แสนที่ชาวบ้านเขาร้องว่าหายไปไหนหมด?
พระครูวาปีศีลคุณ : “วัดเป็นวัดเล็กๆ ไม่เคยได้เงินเยอะขนาดนั้น ดูสื่อเมื่อคืนก็ตกใจ คณะครูบาอาจารย์โทรมาถาม ขนาดวัดเล็กๆ ได้เงินเป็นสิบล้านเป็นล้านเนอะ ปีนึง อาตมาอย่างมากก็แสนบาท สูงสุดก็สองแสนบาท มีบัญชีชี้แจงได้ ส่วนมาก โยมบริจาค ไม่มีพิธีกรรมมากมาย งานปีนึงมีสองครั้ง เพราะเป็นชนบทเล็กๆ”

ชาวบ้านเอามาจากไหนมีลูก 2 คน?
พระครูวาปีศีลคุณ : “เพิ่งรู้เหมือนกัน”

เชื่อมั้ยว่าพระอาจารย์ซุกเมีย?
ณรงค์ : “ไม่เชื่อ มีอะไรก็เดินตามตลอด ผมเป็นรองนายกฯมา 4 นายกฯแล้ว”

การที่ท่านออกมาออกตัวแทนไม่กลัวชาวบ้านไม่สนับสนุนเหรอ?
ณรงค์ : “ไม่กลัว เราทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่กลัวใคร ถ้าผมไม่ดีจริงก็อยู่ไม่ถึง 4 นายกหรอกครับ”

แล้วจะแก้ปัญหายังไง เห็นว่ามีการส่งไม้ไปที่อำเภอ?
พระครูวาปีศีลคุณ : “อยู่ที่วัดเพราะไม่ผิดอะไร ป่าไม้ลงไปตรวจสอบ  อำเภอไปตรวจสอบ ก็ไม่ได้ผิด”
 
กรณีเงินที่บอกว่าหายไป 3-4 แสน?
พระครูวาปีศีลคุณ  : “ชี้แจงได้ อาตมาอยู่ที่นี่เป็นระเบียบ เมื่อก่อนมีไวยาวัจกร แต่เก็บเงินไปหมด จะเอาเงินมาซ่อมแซมวัดไม่ได้ อาตมาก็ปลด  อาตมาไม่ให้มีเหล้ามีการพนันในงาน ที่อื่นเขามีหมด”

คิดว่าเรื่องทั้งหมดมาจากตรงนี้หมด?
พระครูวาปีศีลคุณ : “มาจากตรงนี้หมด เมื่อก่อนที่มาอยู่ตรงนี้ไม่มีอะไรเลย ที่บอกว่าคนไม่เข้าวัดไม่จริงเลย มันตรงกันข้ามเลย”
 
กำนัน : “โครงการวันที่ 24 ไปข้าวัดฟังธรรมก็มีญาติโยมมาเยอะนะครับ เต็มศาลานะครับ ยายคนที่เขาพูดเมื่อวาน ผมก็ดู จริงๆ วันที่ 24 ผมไปก็เต็มศาลา”

หลวงพ่อที่ไปสร้างบ้านให้ เชื่อมั้ยว่าท่านซุกลูกซุกเมีย?
ป้าทรัพย์ : “จริงๆ เมื่อก่อนไม่ได้อยู่ที่นี่ อยู่กรุงเทพ เพิ่งไปอยู่ที่บ้านได้ 4-5ปี เรื่องนี้ไม่ค่อยจะรู้เรื่องค่ะ ถามว่าเชื่อมั้ยก็ไม่แน่ใจ ยายทรัพย์ขึ้นลงกรุงเทพประจำ แต่คิดว่าไม่หรอกค่ะ ไม่มีหรอกค่ะ”

ชาวบ้านขอให้สึก สึกมั้ย?
 พระครูวาปีศีลคุณ  : “ถ้าผิดจริงก็สึก เมื่อถึงเวลาสึกก็ต้องสึก อย่างพระพุทธเจ้าก่อนสำเร็จอรหันต์ก็ต้องมีมาร ก็ไม่สึกหรอก ไม่ได้ผิดอะไร ไปไหนไม่ได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: