ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

เปิดใจ “บอย สกล” อดีตนักเรียนดีเด่นด้านคุณธรรม แต่ลวงโลก


จากกรณีดราม่าสุดร้อนแรงบนโลกทวิตเตอร์กับมหกรรมแฉ “บอย สกล” อ้างว่าเคยศึกษาในโรงเรียนชั้นนำของประเทศ ถูกแฉโกงเงินสโมสรนิสิตนักศึกษาจากม.บูรพา กว่า 8 แสนบาท โดยนำไปใช้ส่วนตัว แอบอ้างเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดัง และประเด็นที่ฮืออาที่สุดในโลกออนไลน์คือมีภาพเจ้าตัวถือป้ายในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ทั้งที่ไม่ได้เรียน ล่าสุดบอย สกลแจ้งจับเพื่อนที่ออกมาปูดเรื่องดังกล่าวแล้ว

ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 1 พ.ย. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “สกล เอี่ยมสะอาด” หรือ “บอย สกล” ถึงประเด็นร้อนดังกล่าว

คุณบอย คุณเป็นใครมาจากไหน?
บอย : “ผมอายุ 23 ปี เป็นคนฉะเชิงเทรา เรียนม.ต้น โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ม.ปลายมาอยู่กรุงเทพฯ โรงเรียนศรีวิกรณ์ เอกมัย 2554 ตอนนั้นอยู่ม.ต้น ที่ฉะเชิงเทรา”

สวนกุหลาบล่ะ?
บอย : “ไม่มี ไม่เคยบอกว่าเรียนสวนกุหลาบ ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ประเด็นที่ออกมาหลักๆ เรื่องเรียนหรือไม่เรียนจุฬาฯ”



เขาบอกประวัติคุณ ใครรู้จักคุณตอนนี้ช้าไปแล้ว ต้องรู้จักคุณเมื่อ 10 ปีก่อน เขาบอกคุณแต่งชุดสวนกุหลาบถ่ายรูปว่าเรียนสวนกุหลาบ?
บอย : “ไม่จริงครับ ไม่เคยทำแบบนั้น เตรียมอุดมเคยไปซื้อใบสมัครสอบ เราก็โพสต์รูปว่าเรามาซื้อใบสมัครสอบ ตอนนั้นเป็นยุคบีบี ทวิตเตอร์ไม่ดัง เราก็ลงรูปเล่นๆ ไม่มีกระแสดรามา”

มีคนออกมาแฉคุณว่าคุณไม่ได้เรียนสวนกุหลาบ คุณโกรธมาก กลับไปด่าเขาเละเทะ หลังจากนั้นเปลี่ยนจากสวนกุหลาบมาเป็นเตรียมอุดม?
บอย : “ไม่เป็นความจริงครับ ผมไม่เคยไปต่อว่าเขาหรืออะไร เรื่องม.ปลายไม่เป็นความจริงอย่างยิ่งเลย”
 
หลังจากนั้นไปเรียนที่ไหนต่อ?
บอย : “จากม.ต้นฉะเชิงเทรา ก็เรียนม.ปลายที่ร.ร.ศรีวิกรณ์”
 
คุณมีประกาศนียบัตร นำมาโชว์ว่าเรียนที่โรงเรียนเบญจมฯ และประกาศนียบัตรที่บอกว่าจบที่ศรีวิกรณ์ ปี 2557?
บอย : “ใช่ครับ จะได้ไม่มีกระแสดราม่าตามมาว่าสรุปจบที่ไหน หรือไม่จบกันแน่”

ไม่ได้ไปก็อปมา?
บอย : “ไม่ได้ก็อปครับ(หัวเราะ)”

เขาบอกเป็นนักเรียนดีเด่น?
บอย : “เป็นนักเรียนดีเด่นด้านคุณธรรมตอนม.ต้น”
 
พอมามหาวิทยาลัยขาดคุณธรรมหรือยังไง?
บอย : “กลายเป็นคนจอมลวงโลก(หัวเราะ)”
 
หลังจากนั้นคุณเป็นยังไงต่อ?
บอย : “จบศรีวิกรณ์ปี 57 ตอนนั้นเราก็แอดมิดชั่น อยากเข้าจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เป็นเรื่องปกติ อันดับหนึ่งก็เลือกจุฬาฯ เลือกม.บูรพาไว้อันดับ3 แต่ผมไปติดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.บูรพา ก็ไปอยู่ม.บูรพา ปี 57 ไป 1 ปี”

หลังจากนั้นมีคนออกมาพูดแฉคุณว่ามีภาพๆ นึงที่คุณพยายามสร้างโปรไฟล์ตัวเองว่าคุณไปเรียนที่ธรรมศาสตร์?
บอย : “ตอนนั้นไปติวสมาร์ทวันของธรรมศาสตร์ ผมไม่ได้บอกใครนะว่าผมเรียนที่นั่น”

คุณไปทำอีท่าไหน?
บอย : “ผมมีนิสัยอย่างหนึ่ง เวลาผมไปที่ไหนผมจะถ่ายรูปที่นั่นและเช็กอินในเฟซบุ๊ก ว่าอยู่ตรงนี้ กินข้าวตรงนี้ สังสรรค์กับเพื่อนตรงนี้ เป็นคนติดโซเชียลประมาณนึงเลย”

คุณไปธรรมศาสตร์ เช็กอิน ถ่ายรูป แต่ไม่เคยบอกว่าเรียนที่นั่น?
บอย : “ไม่เคยครับ”



หลังจากนั้นมีภาพออกมาอีกครั้ง ว่าคุณเป็นนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ?
บอย : “มีเพื่อนอยู่ที่นั่น แต่ไม่ได้เป็นนิสิต ไม่มีการไปเข้าเรียน อย่างที่เขาออกมาบอกว่าผมไปนั่งเรียนตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา”
 
ไปธรรมศาสตร์ถ่ายรูปคุณบอกว่าคุณไปติว จุฬาฯ คุณมีเพื่อนที่นั่น ทำไมคุณเป็นคนเดียวที่ถูกเข้าใจผิด?
บอย : “เขาเข้าใจผิดเพราะตอนที่ผมไปถือป้าย ตอนที่เป็นดรามาโซเชียล ว่าทำไมคนนี้ไม่ได้เรียนแล้วได้ถือป้ายจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ได้แบบนั้น”

ไปทำอะไรเพื่อนถึงคิดว่าคุณเรียนที่จุฬาฯ?
บอย : “คือคอนโดที่ผมอยู่ติดรั้วจุฬาฯ เลย เวลาเราไปทานข้าวก็ต้องเดินไปทานที่จามจุรีสแควร์ แล้วคณะเศรษฐศาสตร์อยู่ติดกับจามจุรีสแควร์เลย บางทีเราเดินมาก็แวะไปหาเพื่อนบ้าง ไปคุยกับเพื่อนบ้าง หรือบางทีเราหิ้วหนังสือมาจะไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกลางมหาวิทยาลัยเขาบ้าง ใครเข้าก็ได้ เสียตังค์ 20 บาท”

รู้สึกยังไง คนบอกคุณเป็นจอมลวงโลก?
บอย : “รู้สึกไม่ดี รู้สึกแย่ พ่อแม่ก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่มีคนมาพูดกับลูกท่านแบบนี้”
 
ช่วงแรกๆ ที่เป็นข่าวทำไมไม่โผล่ออกมาพูด?
บอย : “ไม่ออกมา เพราะตอนนั้นมีหลายกระแส กระแสแรกบอกว่าทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินคดีผม ทางเหรัญญิกบูรพา กำลังรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีผม ผมรู้สึกว่าการที่ผมออกมาพูดอะไรในช่วงที่กระแสกำลังแรง  เหมือนทำให้ตัวผมยิ่งเหมือนแก้ตัวไปอีก”

ต้องหลบก่อน?
บอย : “ต้องหลบไปตั้งหลัก หาหลักฐานที่มีเพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้ทำ”

คุณไปปรากฏภาพทำกิจกรรมค่ายเยาวชน พี่แนะแนวน้องจุฬาฯ ฉะเชิงเทรา จริงมั้ย?
บอย : “ไปจริงครั้งที่ 8 ครับ เขาจะมีเสื้อยืดของค่ายเขา สแกนโลโก้ของเขา”
 
เขาบอกว่าปี 2557 ขาบอกว่าตัวคุณเรียนที่ม.บูรพา หลังจากนั้นเกรดเฉลี่ยไม่ถึงก็ออก แต่ก่อนออกคุณทำวีรกรรม คุณเป็นประธาน?
บอย : “ตอนนั้นเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ได้เป็นประธานนักศึกษา เป็นประธานรุ่น ต้องเท้าความก่อนว่าทุกรุ่นเก็บเงินเป็นธรรมเนียมเพื่อใช้ในกิจกรรมภายในรุ่น อย่างเช่นรับน้องออกนอกสถานที่”

เก็บทีเท่าไหร่?
บอย : “รุ่นอื่นผมไม่ทราบ แต่รุ่นผม เก็บหัวละ 1500 ทั้งรุ่น 800 กว่าคน แต่ไม่ได้หมายความว่าคนทั้ง 800 คนจะต้องจ่ายทั้งหมด”

รวมแล้วเท่าไหร่?
บอย : “ผ่านมา 5 ปีแล้วจำยอดตรงๆ ไม่ได้แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าอยู่ที่ 6.5 แสน”

คุณเอาไปใช้เท่าไหร่?
บอย : “ตัวผมไม่ได้เอาไปใช้เลย เอาไปใช้ในกิจกรรมซะเป็นส่วนใหญ่ รู้สึกจะเป็นกิจกรรมวันลอยกระทงของมหาวิทยาลัย เราใช้ไป 2.5 หมื่น เราติดต่อทางสโมสร ปกติมหาวิทยาลัยจะมีเงินมาซัปพอร์ต เราก็ติดต่อทางสโมฯ เขาบอกว่าอยากได้เงินตรงนี้จากรุ่นก่อน ให้ซัปพอร์ตไปก่อนแล้วเก็บใบเสร็จมาเบิกที่เขา 2.5 หมื่น”

แต่ยอดเท่าไหร่จำไม่ได้?
บอย : “จำไม่ได้เพราะชื่อบัญชีไม่ใช่ชื่อผมไงคุณหนุ่ม ผมมีเหรัญญิกอยู่สองคน ที่ทำหน้าที่เรื่องการเงินโดยเฉพาะ เป็นอ. กับ จ. เปิดเป็นบัญชีคู่ คนใดคนหนึ่งไปเซ็น โดยผมเป็นประธาน”

ทำไมเขาพูดว่าคุณเอาไปใช้หมดเลย เหลือไม่กี่บาท?
บอย : “ไม่จริงครับ หลักฐานตรงนี้มี แต่ไม่ได้เอามาโชว์ เพราะอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย”
 
ที่คุณออกมาล่าสุด คุณสัมภาษณ์ว่าคุณจะฟ้องสองคนนี้?
บอย : “ผมไม่ได้บอกว่าผมจะฟ้องสองคนนี้ แต่ผมจะฟ้องคนที่พูดให้ร้ายผม เหรัญญิกมี 2 คน คนไหนพูดอะไรไว้ ทำอะไรก็ต้องได้รับกรรม เพราะทุกวันนี้ผมก็รับกรรมเหมือนกัน ผมก็กล้าออกมายอมรับ โดนสังคมต่อว่าเหมือนกัน”

เขาบอกว่าคุณหายไปเลย ไม่มีการติดต่อเคลียร์ใดๆ ทั้งสิ้น?
บอย : “ตัวผมติดต่อครับ เขาติดต่อมาหาผมก่อน ตอนแรกถามว่าสะดวกมั้ย ถ้าสะดวกรบกวนให้เข้ามาที่ม.บูรพาหน่อย ให้มาชี้แจงว่าเงินไปตรงไหนบ้าง จะได้รู้กัน ทีนี้ตัวผมไม่สะดวกวันเวลาที่เขานัด ก็ขอให้เขาเลื่อนอีกได้มั้ย ทีนี้เขาบอกว่าเลื่อนไม่ได้แล้วเพราะนัดทุกคนมาหมดแล้ว ตอนนั้นผมไม่สบาย ใส่เฝือกอยู่รพ. ผมก็บอกว่าขอเป็นวันหลังได้มั้ย ให้ผมหายดีก่อน ผมจะเข้าไปชี้แจง ผมติดต่อไปหลังจากนั้นแต่เขาเงียบหายไปเลย ไม่มีการติดต่อผมมาอีกเลย”

สรุปเงินหายไปไหน?
บอย : “ผมไม่ทราบว่าเงินหายไปไหนเพราะผมไม่ได้อยู่คุมบัญชี”

ตอนคุณออกมาจากม.บูรพา เงินยังอยู่มั้ย?
บอย : “ผมรู้สึกว่าเงินยังอยู่ สมุดบัญชีไม่ได้อยู่ที่ผม ผมก็พูดไม่ได้ว่าเงินอยู่ช่วงไหน ไม่อยู่ช่วงไหน”

แล้วเจตนาที่เขาออกมาพูดมีการพาดพิงคุณ พูดเพื่ออะไร?
บอย : “อาจจะไม่ชอบส่วนตัวหรือเปล่า เพราะในตอนที่ผมเลือกเขาเป็นเหรัญญิก เวลาเรียกมาประชุมหรืออะไร เจ้าตัวไม่เคยมาเลย”
 
เขาบอกว่าคุณชอบเลี้ยงเพื่อนในห้างดัง ใช้ของหรูหรา ขับรถ?
บอย : “(หัวเราะ) มันไม่ใช่เรื่องจริง ก็ขำนิดนึง ปกติผมก็กินข้าวข้างทางได้ ในห้างก็กิน ส่วนที่บอกว่าเลี้ยงเพื่อน ไม่ใช่แล้ว เราไปเราหารกันมากกว่า ไม่ถึงขนาดฟู่ฟ่า”

คุณไปอ้างว่าคุณเรียนที่ทันตแพทย์ จุฬาฯ?
บอย : “ไม่มีครับ  ผมอยากชี้แจงก่อนเลยเรื่องมหา’ลัยเพื่อตอบโจทย์สังคมว่าปัจจุบันเรียนหรือไม่เรียนที่ไหนกันแน่ ปัจจุบันเรียนที่ม.รามคำแหงครับ ดังนั้นการที่ผมจะไปนั่งเรียนที่จุฬาฯ 4 ปี ไม่ใช่ความจริง ต่อให้รามเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ตัวผมเข้าไปเรียนตลอด ทำให้ผมจบก่อนกำหนด”

คุณเรียนราม 3 ปีครึ่งจะเอาเวลาไหนไปนั่งเรียนจุฬาฯ?
บอย : “ใช่ครับ”

ไปบางวันหรือเปล่า?
บอย : “ไม่ใช่ครับ ผมลงเรียน 24 หน่วยกิตทุกเทอม แต่ยอมรับเราไปจุฬาฯ นะ ไปนั่งอ่านหนังสือ”

เสื้อที่ใส่เป็นนิสิตจุฬาฯ?
บอย : “อย่างชุดที่ออกมา เป็นรูปก่อนที่เราไปเดินงานบอล เขาเหมือนให้เราแต่งเหมือนไปซ้อม”
 
วันอื่นๆ คุณก็ใส่?
บอย : “ไม่ๆ ปกติผมแต่งกายใส่กางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตสีขาว”

ติดเข็มอะไรมั้ย?
บอย : “มีติดครั้งเดียวตอนไปซ้อมงานบอลนี่แหละครับ”

แล้วคุณไปติดทำไม?
บอย : “เขาให้ไปซ้อม ผมก็ใส่ชุดนี้ไป”

งานแนะแนวจุฬาฯ –ฉะเชิงเทราล่ะ?
บอย : “ก็เขาให้ผมไปเป็นวิทยากร”
 
คุณต้องใส่เหมือนหลีดจุฬาฯ เหรอ?
บอย : “ข้างหลังบอกให้เราใส่ออกมาพูดให้หน่อย”
 
คุณไม่ได้ตั้งใจใส่?
บอย : “เราไม่ได้อยากใส่อยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้เรียน คือมันเป็นกิจกรรม อยากชี้แจงว่าเขาให้ผมออกมาพูดให้แรงบันดาลใจน้องๆ หน่อย”

เลยให้ใส่ออกมาเพื่อเป็นชุดจุฬาฯ เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือเหรอ?
บอย : “ไม่เกี่ยวครับ เขาให้ใส่ออกมา ตอนนั้นช่วงหลังพิธีเปิดของงานเขาพอดี”

สรุปคุณไปถือได้ไง ป้ายงานประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์?
บอย : “ต้องพูดตรงๆ เลยว่าเราอาศัยคอนเนคชั่นจากคนข้างในซึ่งเป็นคนรับผิดชอบขบวนพาเหรด ซึ่งไม่ใช่ขบวนเด่นอะไรเลยนะ เป็นขบวนท้ายสุดเลย แต่ที่มันเด่นเพราะช่างกล้องถ่ายระยะใกล้ ทำให้ดูเด่น แล้วต้องถือสองคนซ้ายกับขวา ส่วนสูงก็เป็นประเด็นนึงที่คนจะไปถือต้องมีส่วนสูงที่เท่ากัน”

คุณไปอยู่ได้ยังไง ใครชวนคุณเข้าไป?
บอย : “คนในพาเหรด เป็นคนติดต่อผมเข้าไป เขาเรียนจุฬาฯ เราคุยกันมากกว่าเขาบอกว่าคนเขามีแต่ส่วนสูงเขาไม่ได้เขาขาดคน แล้วเหลือ 3 วันจะถึงวันงาน”
ผมได้คุยกับคณบดีจุฬาฯ ท่านบอกว่างานนี้เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับนศ. สองสถาบันเท่านั้น งานนี้เป็นงานเปิด อาจเป็นไปได้ว่าใครก็สามารถไปดูหรือลงตรงนี้ได แต่ประเด็นทุกคนรู้อยู่แล้วว่าควรจะลงมั้ย คนนอกก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรเข้าไป และไม่

ควรมีนิสิตจุฬาฯ ไปชวนคนนอกมาเดิน คุณจะบอกว่ายังไง?
บอย : “ที่เราไปเดิน ถามว่าเรารู้มั้ยว่าเป็นงานสองสถาบัน เรารู้เพราะชื่องานมันบอก แต่ตอนเราไปเดินเราไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ ต้องยอมรับว่าเราคิดน้อยไป คือเราถามเขาอย่างเดียวว่าเสียเงินมั้ย ถ้าไม่เสียเงินเราไป เราช่วยได้”

สิ่งที่ทำ มันประจวบเหมาะกันมาก ไปแนะแนวน้องๆ ใส่ชุดจุฬาฯ ชอบเช็กอินที่จุฬาฯ มีเพื่อนอยู่ที่จุฬาฯ ถ้าคนอื่นมอง จะมองว่าบอย สกลแก้ตัว จะทำยังไงกับจุดนี้?
บอย : “ถ้าถามว่าย้อนเวลาไปถือป้ายได้มั้ย ผมว่าประเด็นผมบูมจากเรื่องป้าย ถ้าย้อนเวลาได้จะไม่ไปถือเพราะเป็นกระแสดราม่าเยอะขนาดนี้ ตัวผมเองก็ไม่สบายใจ เรื่องถือป้ายผ่านมา 8 เดือนแล้วยังไม่เกิดอะไรเลย เพิ่งจะเกิดเมื่อเดือนที่แล้ว ผมก็ทุกข์ใจไม่น้อยเหมือนกัน ผมมีการส่งหนังสือ ส่งคำอธิบายข้อเท็จจริงต่างๆ”

เขายังไม่เห็น จะชี้แจงซ้ำอีกมั้ย?
บอย : “ถ้าเขายังไม่เห็น จะเรียกผมไปสอบสวนผมก็ยินดีไป ผมไม่คิดหนี จะส่งซ้ำ หรือจะให้เข้าไปพบก็ได้”  

 

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: