ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

ไทยคืออนาคตมนุษยชาติ! เตรียมปลดล็อกกัญชารักษาโรค! คาดรู้ผลก่อนเลือกตั้ง - จะมั่งคั่งขึ้น


 
โหนกระแสวันที่ 23 ม.ค. นำเสนอเรื่องราวของ “กัญชา” ซึ่งเป็นประเด็นกันมาอย่างต่อเนื่อง กรณีการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เกี่ยวกับ กัญชารักษามะเร็ง ทำให้วงการแพทย์และหน่วยงานต่างๆ  รวมไปถึงประชาชนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากที่ผ่านมากฎหมายไม่อนุญาตให้นำพืชเสพติดมาทดลองในมนุษย์ ทำให้เกิดการผลักดันเกิดขึ้น และขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็อยู่ในขั้นร่างประมวลกฎหมายใหม่เพื่อจะกำหนดให้ใช้ยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 นำมาใช้เพื่อการรักษาโรค หรือเพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้แล้ว ซึ่ง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- ศุกร์ เวลา 13.45 ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “นพ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณา การและเวชศาสตร์ชะลอวัย  ม.รังสิต
 
กัญชารักษาได้จริงเหรอ?
“มันรักษาโรคได้มั้ย ต้องย้อนว่าในภูมิปัญญาตะวันออก ไม่ว่าจะจีน อินเดีย มีการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ไม่ต่ำกว่า 4-5 พันปี ส่วนประเทศไทยรับอิทธิพลมาจากอินเดีย แล้วก็มาเป็นภูมิปัญญาผ่านพระพุทธศาสนา กลายเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และมีการบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่ามีการใช้ในทางการแพทย์ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายมหาราช และใช้ในตำราหลวงด้วย สืบเนื่องต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการรวบรวมจนกระทั่งกลายเป็นตำรับยาจำนวนมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีการบันทึกจำนวนมาก เรียกว่าศิลาจารึกวัดโพธิ์ เพื่อบันทึกเอาไว้ให้คนในรุ่นเราได้รู้วิธีการใช้กัญชาจำนวนมากในสมัยนั้น จนสมัย ร.5 ก็มีบันทึกตำรับยาอีกเพิ่มเติมมันก็กลายเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทุกวันนี้”

สมัยร. 5 ก็มีบันทึกว่ากัญชารักษาโรคได้?
“ครับ และมีการบันทึกว่ากัญชาเฉยๆ อย่า
เดียว นอกจากจะปรุงในตำรับมากมายแล้ว ยังถูกเอาไว้ในตำราหรือคัมภีร์สรรพคุณเภสัชเฉพาะในแพทย์แผนไทยและเขียนเอาไว้ชัดเจนในสมัย ร.5 ว่ากัญชาเอาไว้แก้ไข้ โรคหอมเหลือง หากำลังไม่ได้ แก้อาการตัวสั่น เสียงสั่น ทำให้กินข้าวได้ นอนหลับ ก็เหมือนเป็นสิ่งที่ภูมิปัญญาชาติไทยเคยรับรู้มาก่อน”

ในเมื่อดีขนาดนี้ ในแต่ละรัชสมัย เวลาที่ผ่านมา ทำไมกลายเป็นผิดเพี้ยนเป็นยาเสพติด?
“เป็นเพราะภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ใช้กัญชาในการรับประทานเท่านั้น ไม่ได้ใช้ในการสูบ เพราะภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยสืบทอดมาจากศาสนาพุทธ ต้องถือศีล เพราะฉะนั้นจึงไม่มีตำรับยาไหนให้เมาเลย ดังนั้นวิธีการรับประทานต้องปรุงเป็นตำรับยาเท่านั้นเพื่อถ่วงดุลย์ และลดผลเสียของกัญชา และดำรงเป้าหมายของกัญชาเพื่อทางการแพทย์ แต่ว่าคนจำนวนมาก ใช้กัญชาในทางสันทนาการ ใช้สูบกัน  ผิดหรือไม่ผิดเดี๋ยวเรามาว่ากัน แต่เอามาใช้สูบกัน จนกระทั่งปี 2477 ก็มีการออกกฎหมายว่าห้ามครอบครองจำหน่ายกัญชาแล้ว ในตอนนั้นเป็นพระราชบัญญัติกัญชาโดยเฉพาะเลย ซึ่งในปีนั้นได้ยกเว้นให้คนหนึ่งกลุ่มใช้กัญชาได้คือผู้ประกอบโรคศิลปะหรือหมอแผนไทย สามรถปรุงยาใช้กัญชาได้ เป็นคนกลุ่มเดียวเพื่อไม่ให้ใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ถ้าย้อนไป 30 ปี จะคุ้นเคยว่าสมัยก่อนในช่วงนั้นแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวธรรมดาก็มีการใส่กัญชา เพราะมันชูรส และทำให้รสอาหารอร่อย ไม่ได้ใช้ดอกนะครับ ใช้ใบเฉยๆ ในการปรุง ก็มีสรรพคุณในแง่ของการปรุง ทำให้อาหารอร่อยแล้ว ดังนั้นมันเหมือนพืชสวนครัวชนิดหนึ่งที่คุ้นเคยกันมานาน จนกระทั่งภูมิปัญญาเราหายไปเกือบ 40-50 ปี เพราะเราเห็นว่ามันเป็นยาเสพติดให้โทษ เพราะต่างชาติกำหนดให้เราเป็นแบบนั้น ทีนี้ถามว่าเสพติดจริงมั้ย ท่านผู้ชมเข้าใจว่ายาเสพติดมีหลายอย่าง เช่น ยาบ้า โคเคน บุหรี่ เหล้า คำถามคือเราเคยกำหนดให้บุหรี่และเหล้าอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษหรือไม่ คำตอบคือไม่ เราก็ยังมีการจำหน่าย ร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็สามารถซื้อได้ เพราะเรามองทัศนคติบุหรี่-เหล้าไม่เป็นยาเสพติดให้โทษร้ายแรง แต่กัญชาเป็น ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายร้ายแรง ซึ่งการวิจัยยุคหลัง เขาเห็นว่ากัญชาเสพติดจริงหรือไม่ ผมก็ดูจากการวิจัย คนหนึ่งคนเริ่มสูบบุหรี่ มีโอกาสเสพติดบุหรี่นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสูบ 67.7 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคนดื่มเหล้าล่ะ จะติดน้อยมากเพราะดื่มเป็นครั้งคราว โอกาสที่คนดื่มสุราครั้งแรก และหันมาติดสุราประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ แล้วกัญชา นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสูบ โอกาสติดมีประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าติดยากกว่าเหล้า-บุหรี่ และบุหรี่ ติดแล้วเลิกยากที่สุด ถ้าเทียบกับสามอย่างนี้ การเสพติดของกัญชาน้อยกว่าบุหรี่และเหล้าแต่ถูกครอบงำจากต่างชาติให้หลงเชื่อว่าเป็นยาเสพติด และไม่สามารถเอามาวิจัยได้ ไม่สามารถมีองค์ความรู้เพิ่มเติมได้ ในขณะที่ประเทศไทยถูกห้ามใช้กัญชามานานหลายสิบปี ต่างชาติเอาไปวิจัยและค้นพบว่ามันรักษาหลายโรคดังที่บรรพบุรุษเรากำหนดเอาไว้ เช่นทำให้หลับ ทำให้เจริญอาหาร นี่พื้นฐานเลย  และทำให้ลดอาการชัก จนกระทั่งเริ่มมีความรู้ว่ามนอาจมีโอกาสชนะโรคสำคัญๆ หลายชนิด อย่างเช่นโรคอาการปลอกประสาทอักเสบ อาการเกร็งไปหมดทั้งตัว โรคลมชัก ลมบ้าหมู เป็นต้น หรืออาการพาร์กินสัน หยุดได้ภายใน 15 นาที หลังหยอดน้ำมันกัญชา เป็นสาระสำคัญแล้ว ในขณะที่ทั่วโลกวิจัย ปรากฏว่ามันได้ผล เป็นปรากฎการณ์ที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา เริ่มทำการปลดล็อกกัญชาเพื่อทางการแพทย์ จากหนึ่งรัฐกลายเป็นสองรัฐและตามไปหลายสิบรัฐในเวลานี้ เพราะเห็นผลว่าพอมีการปลดล็อกกัญชาเพื่อทางการแพทย์ เกิดการอพยพของประชากรจากมลรัฐหนึ่งไปอีกมลรัฐหนึ่งเพื่อรักษาตัว ทำให้เกิดกระบวนการคลายล็อกกัญชา ขยายไปทั่ว จากอเมริกาไปยุโรป และเริ่มมีการจดสิทธิบัตรว่ากัญชาสาระสำคัญนั้นรักษารักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้”

รักษาอะไรได้บ้าง อย่างมะเร็ง?
“ตอนนี้ทั่วโลกยอมรับแล้วนะครับ ว่ากัญชายังไม่สามารถสรุปว่ารักษาโรคมะเร็งได้ แม้มีต่างชาติจดสิทธิบัตรไว้ก็ตาม แต่เขาจะสามารถเยียวยาลดอาการข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็ง และมีการวิจัยในประเทศอิสราเอล ทดลองในมนุษย์เลยนะครับ ปรากฏว่าคนที่ใช้ต่อเนื่อง 6 เดือน ลดอาการข้างเคียงในการรักษาได้ดีกว่าการไม่ใช้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบทั้งหมดมีอาการดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคข้างเคียงอย่างคลื่นไส้ นอนไม่หลับ กินอาหารไม่ได้ มันสามารถเอามาใช้เป็นยาเสริมในการรักษาโรคมะเร็ง ไม่ใช่ยาหลักนะครับ”
 
อย่างกรณีคนเป็นมะเร็ง มีการปวด เจ็บ เมื่อก่อนต้องใช้มอร์ฟีน วันนี้อาจเป็นกัญชา ซึ่งดีกว่ามอร์ฟีนเหรอ?
“จริงๆ ลดปวดทั้งคู่ แล้วในโบราณกาล กัญชาและมอร์ฟีนสามารถใช้คู่กันได้ ในการผสมผสาน งานวิจัยยุคหลังพบว่าเป็นคนละระบบการปวด หมายถึงกัญชาอาจปวดแบบนึง มอร์ฟีนอาจปวดอีกระบบหนึ่งเพราะต่อมในการรับสารสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นบางทีเขาใช้คู่กัน แต่ออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน เช่น มอร์ฟีน ทำให้หัวใจเต้นช้า ความดันเพิ่มขึ้น กัญชาความดันตกลง หัวใจเต้นเร็ว สลับกัน ถ้าคนรู้จักใช้แบบมีศิลปะก็จะสามารถจัดการกับโรคเหล่านี้ได้”

ไม่เมาเละเหรอ ใช้ทั้งสองอย่าง?
“เป็นปัญหาใหญ่คือการเมา กัญชาทำให้หลับ การหลับเป็นอันตรายที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ หากใช้กับการขับรถ เหมือนการเมาสุราแล้วหลับจนเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นการควบคุมจำเป็น ถ้าเราปล่อยให้ใช้อย่างเสรี อันตรายจากอุบัติเหตุก็จะเกิดขึ้นได้ แม้จะมีคำกล่าวอ้างว่าคนใช้กัญชาหมดสภาพ หมดแรง นอนอย่างเดียวก็ตาม แต่ถ้าเกิดกระบวนการนั้นอยู่ระหว่างการขับรถ ก็จะเกิดอุบัติเหตุได้ นี่คือข้อที่ 1 ข้อที่สอง กัญชาไม่ได้มีข้อดีอย่างเดียว มีข้อเสียด้วยเวลาเราสกัดออกมาเป็นสารสกัดที่เข้มข้น มันจะเกิดผลเสียอย่างหนึ่ง อย่างกรณีที่มีการรายงานเป็นเคสกรณีศึกษา ที่หมอเก็บตัวอย่างเด็กคนหนึ่งเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย รักษาคีโม ฉายแสงก็ไม่ได้ผลเลย ก็ใช้วิธีการหยอดน้ำมันในกลุ่มกัญชา ปรากฏว่าภายใน 40 วัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวเกือบเป็นปกติเลย อัศจรรย์มาก อันนี้มีตัวตนจริง แต่เด็กคนนี้เสียชีวิต เพราะลำไส้ทางเดินอาหารทะลุ มีคนสงสัยว่ามันเกี่ยวกันยังไง แม้ไม่มีผลสรุปว่าเกิดจากกัญชาหรือไม่ แต่ตัวกัญชาสารสำคัญเนี่ยลดความสามารถในการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร ผลคือถ้าลงไปแล้วมีปริมาณเข้มข้นเกิน ลำไส้ก็จะไม่เคลื่อนตัว และเกิดแก๊สระหว่างการหมักได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝรั่งไม่เข้าใจ เขาเลยใช้สารสำคัญ แต่ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ใช้เป็นตำรับ ทุกครั้งที่มีการใช้กัญชาเยอะๆ เขาต้องผสมพริกไทย ดรีปรีเพื่อให้เกิดเป็นพลังงานความร้อน ลำไส้ถึงเคลื่อนตัว นี่ตัวอย่างง่ายๆ การใช้กัญชาจึงไม่ใช้สุ่มสี่สุ่มห้า สองหลับมากเกิน ลำไส้ไม่เคลื่อนตัว ทางเดินอาหารไม่เคลื่อนตัว สามถ้าใช้มากเกินกดระบบภูมิคุ้มกัน ในบางกรณีใช้ดีมากเลย ในช่วงแรกๆ แต่ต่อมาติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิต ในตลาดมืดมีคนแอบใช้กัญชาเยอะมาก ใช้น้ำมันกัญชาสกัดเข้มข้นแล้ว”

การเอายาหรือกัญชามาใช้ต้องสกัดเป็นเม็ดหรือน้ำมัน?
“ในตอนนี้ตลาดมืดใช้น้ำมันทั้งหมด ใช้ดอกเป็นหลักเลย  ตอนนี้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติเตรียมแก้ไขพรบ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อคลายล็อกกัญชา เพื่อมาใช้ในทางการแพทย์ คนที่แอบใช้ใต้ดินก็จะได้มาใช้บนดิน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าอันไหนคุณภาพดีหรือคุณภาพไม่ดี ยกตัวอย่างมีคนคาดหวังเยอะในตอนนี้เรื่องการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็ง ซึ่งมีคนหายจริง มีตัวตนจริง ยืนยัน แต่เขาไม่ได้ใช้กัญชาอย่างเดียวเขาบวกๆ อย่างอื่น เช่นบางคนรักษาด้วยแผนปัจจุบันแต่ใช้กัญชาช่วย บางคนคุมอาหารรักษาโดยธรรมชาติบำบัดแล้วใช้กัญชาช่วย ถ้าใครหวังใช้กัญชาอย่างเดียว มีคนจำนวนมากเสียชีวิต แต่ไม่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์”

ในอดีตผมเคย ผมมีอาการอยู่ดีๆ เหมือนเป็นแพนิค ใจสั่นหน้ามืด เวียนหัว เคยครั้งเดียวแต่เป็นแบบนี้เป็นปี มันเกิดจากอาการแพ้หรือเปล่า?
“เกิดจากตัวยาฤทธิ์แรงมาก แล้วเข้าไปอยู่ในต่อมรับของเรา จนเป็นอาการจิตประสาท จิตหลอนได้ ในยุคหลังถ้ารู้จักภูมิปัญญาในการแก้ก็จะลดฤทธิ์ของมันได้เช่นในกัญชง หน้าตาคล้ายๆ กัญชา เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง สาระสำคัญเอามาแก้ฤทธิ์เหล่านี้ได้ หรือบางตำรับลดอาการเมาได้ เมื่อปี 2551 วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ม.รังสิต ได้รับความกรุณาจากท่านอธิการบดี ทำการวิจัยเซลล์มะเร็ง ซึ่งมาจากมะเร็งท่อน้ำดีของผู้ป่วยจริง จากรพ.รามาธิบดี แล้วขอดูว่าสาระสำคัญของกัญชาฆ่าเซลล์มะเร็งได้มั้ย ซึ่งปรากฏว่ามีสารตัวนึงชื่อทีเอ็กซ์ซี ฯ อยู่ในกัญชาทำให้เมา ปรากฏว่าฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ในปี 2560 มาถึงปีนี้ เลยวิจัยในหนูทดลอง เพื่อดูว่ารักษาโรคมะเร็งอะไรบ้าง รักษาได้มั้ย มีอัตรารอดชีวิตเท่าไหร่ เพื่อคำนวณความปลอดภัย ปริมาณยาในมนุษย์ ถ้ารู้แค่ในหลอดทดลอง เราจะเดาว่าเท่าไหร่ บางคนใช้เท่าไหร่หลับสบายดี ทุกคนไม่เท่ากัน แล้วต้องรู้จักอาการว่าฤทธิ์ของยาใช้ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ตอนนี้จิตแพทย์ และวงการหมอ กลัวสุดคือออกอาการจิตประสาท เขาเลยกลัวว่าช่วงหลังใช้สารสกัดสำคัญมันเข้มข้นมาก มันมีโอกาสเกิดได้ง่ายกว่าการสูบกัญชา การใช้สุ่มสี่สุ่มห้าต้องมีความระมัดระวัง ต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้ ซึ่งบังเอิญว่าภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 300 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีตำรับไหนออกฤทธิ์ให้เมาเลย ต้องผสมผสานสมุนไพรอีกหลายชนิดเพื่อลดฤทธิ์ของมัน”

เรามีตำรับยาเก็บเอาไว้?
“มีครับ โชคดีมาก และเรามีบันทึกไว้ชัดเจน ทำให้เรามีความหวัง บางทีต่างชาติยังไม่รู้วิธีการใช้กัญชา อาจต้องมาเรียนรู้ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยด้วยซ้ำไป”

เป็นไปได้มั้ย ต่อไปประเทศไทยอาจเป็นอันดับหนึ่งในการสกัดกัญชาแล้วมีตำรับยาแผนโบราณสมัยก่อนมารักษาชาวโลก?
“มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะการใช้กัญชาที่เป็นสารสกัดสำคัญเป็นยาเดี่ยวตอนนี้ สร้างปัญหาและมีผลข้างเคียง ที่มนุษยชาติไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ แต่เมืองไทยมีภูมิปัญญาเหล่านี้ ที่สำคัญตอนนี้กฎหมายคลายล็อกจะเกิดอีกไม่นาน ความมั่งคั่งจะเกิดขึ้นขนาดไหน ถ้าแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย กัญชา 1 ต้นถ้าเข้าใจจริงๆ และทำได้จริงๆ สามารถออกดอกได้ 1 กก.”

ดอกเอาไปสกัดเป็นน้ำมัน?
“ดอกที่อเมริกา เป็นระบบปิด ดอกขายกิโลละ 1 แสนกว่าบาท ถ้าเป็นระบบเปิด 5 หมื่นถึงเจ็ดหมื่นบาทต่อ 1 กิโลกรัม ถ้าเรามีภูมิปัญญารื้อฟื้นขึ้นมาได้ อาจเป็นอนาคตของมนุษยชาติได้ ด้วยเหตุนี้ต้องขจัดสิทธิบัตรกัญชาที่แอบมาจดในไทยให้หมดซะก่อน ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่อย่างนั้นสิ่งที่เมืองไทยจะทำก็กลายเป็นการละเมิดสิทธิบัตรต่างชาติหมด”

เห็นว่ากัญชามีหลายสายพันธุ์ ใช้ได้หมดมั้ย?
“ประเทศไทยปลูกง่ายมาก หนึ่งมันขึ้นง่าย สองมันออกฤทธิ์สาระสำคัญที่เรียกว่าทีเอ็กซ์ซีที่ทำให้เมาสูงมากกว่านานาชาติเขา เพราะฉะนั้นมันออกฤทธิ์เป็นยาได้มาก แต่ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับว่าใช้ทำอะไร ภูมิปัญญาแผนไทยเขาจะชิมรสยา 9 รส ว่ารสแบบนี้มีผลเสียยังไง ต้องแก้ด้วยอะไร จึงมาปรุงเป็นตำรับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ตำรับยาไทย ก็เหมาะกับกัญชาไทย ไม่เหมาะกับกัญชาต่างชาติ นี่คือข้อที่ 1 ทีนี้พอฟังดอกกัญชากิโลนึงขายเป็นแสน ต้นนึงของกัญชาถ้าทำได้สูงสุด ผลิตได้ 1 กิโลกรัมรวยเลยนะ ลองดูว่า 1 ไร่จะขนาดไหน ถ้ามีมูลค่าขนาดนั้น เอาล่ะ แต่ไม่สูงขนาดนั้น นั่นคือปลูกในระบบปิด ถ้าออกนอกหลังคาเปิด เขาคิดราคา 5 หมื่นก็ยังสูงอยู่ดี แต่เมืองไทยกัญชาอัดแท่ง ที่เขาแอบขายกันอยู่กิโลกรัมละ 1-2 หมื่นบาท คำถามคือมันถูกมากเลย ดังนั้นทั่วโลกกลัวประเทศไทย ถ้าประเทศไทยเกิดง่าย ขึ้นง่าย ต้นทุนต่ำขนาดนี้ ไม่ต้องอาศัยโรงปิดด้วย อาศัยแสงปกติ ขึ้นได้ทั้งปี ก็เลยมีความคิดต่างชาติจะมาจดสิทธิบัตรในประเทศไทย เพื่อบล็อกเอาไว้ ไม่ให้คนไทยปลูกได้ หรือปลูกเป็นสกัดยาก็ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรยาต่างชาติ ซึ่งตอนนี้จดไปแล้วนะครับประมาณ 30 คำขอ และตอนนี้กำลังดำเนินการภาคสังคมรวมทั้งผมเองด้วย ให้ยกเลิกไปก่อน เพราะในอดีตที่ผ่านมาเป็นยาเสพติด ถ้าในคนไทยยังวิจัยในมนุษย์ไม่ได้ ทำไมปล่อยให้ต่างชาติมาจด แล้วบอกรักษาไม่ได้แล้วทำไมปล่อยให้ต่างชาติมาจด นั่นคือด้านหนึ่ง ด้านที่สองที่คนกลัวที่สุดคือดีทุกอย่าง แต่เกษตรกรปลูกไม่ได้ สุดท้ายเสร็จทุนใหญ่ ที่เป็นคู่สัมปทานรายใหญ่ อันนี้ก็น่ากลัว ที่ประชาชนกลัว ปรากฏว่าทางสนช.ออกกฎหมายว่า 5 ปีนี้นับตั้งแต่กฎหมายบังคับใช้ รัฐจะขอผูกขาดทั้งหมด ไม่ว่านำเข้า ส่งออก ปลูก ผลิต ทุกอย่างทำหมด ยกเว้นให้คนบางกลุ่มมีโอกาสร่วมกันรัฐได้ เช่นหมอแผนปัจจุบันประกอบวิชาชีพแผนไทย หมอแผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หมอพื้นบ้าน  มหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำการศึกษาด้านการแพทย์และการเภสัช นี่คือร่วมได้ รวมถึงเกษตรกรก็ปลูกได้ ถ้าร่วมกับรัฐในฐานะเป็นวิสาหกิจชุมชน รวมตัวกัน เขาเรียกว่าการควบคุม ไม่ให้มีการใช้นอกขอบเขต ตีกรอบเอาไว้ แต่ก็มีข้อถกเถียงเพราะมีกฎหมายตามหลังมาว่าข้อความนี้ต้องลบทิ้งหมด  มีการต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้น และเข้มข้นมากในตอนนี้ อีกด้านคือแพทย์แผนไทยเป็นแพทย์ที่มีภูมิปัญญาแต่เดิม มีบันทึกอย่างชัดเจน ปรากฏว่าเขาอนุญาตให้เป็นวิชาชีพเดียวที่ปรุงได้ โดยไม่ต้องร่วมกับรัฐ ปรุงยาได้ แต่การปลูกยังทำไม่ได้”

แล้วเอามาจากไหน?
“นั่นสิครับ เลยต้องต่อสู้กันอยู่ ก็ให้ชุมชนเกษตรกรปลูกไป แล้วส่งทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาต และคิดว่าอีกไม่นานหลังสังคมได้เรียนรู้ว่ามีการควบคุมอย่างถูกต้อง ป้องกันได้ไม่เกิดการรั่วไหล และเกิดประโยชน์ทางการแพทย์จริง ภูมิปัญญาเอามาใช้ได้ ช่วยผู้ป่วยได้ ก็จะทำให้คนไทยได้เรียนรู้ ทุกๆ 6 เดือนภายใต้กฎหมายฉบับใหม่จะมีการผ่อนปรน เอามาใช้ในการทางแพทย์ได้มากขึ้น”

ดินในเมืองไทย ปลูกกัญชาได้ดีที่สุดในโลก?
“ก็เป็นหนึ่งในนั้น เราไม่ต้องอาศัยโรงปิดเลย เรามีแสงแดดเพียงพอ มีอากาศที่ดี เราสามารถปลูกกัญชาได้ โดยไม่ต้องอาศัยระบบปิด เหมือนต่างชาติที่เขามีหิมะ มีอากาศที่แปรปรวน เรามีอากาศที่ดี ขึ้นง่าย ขึ้นได้ตลอด สองมีภูมิปัญญาการปลูก 1 ต้น  1กิโล แปลงตัวผู้ให้กลายเป็นตัวเมียได้ด้วย ต่างชาติไม่รู้ภูมิปัญญานี้เลย สามมีตำรับยาที่มีโอกาสรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย คุณภาพดี มีประสิทธิภาพ รวมถึงงานวิจัยของม.รังสิต ซึ่งเป็นความหวังมากตอนนี้ จะประกาศในเดือนมี.ค. มีการทดลองในหนูว่ารักษาได้มั้ย ดีขึ้นมั้ยและจะใช้เท่าไหร่ในการทดลองในมนุษย์ต่อไป”

นับจากวินาทีนี้ ไปถึงวันนั้น จะใช้เวลานานแค่ไหน ว่าคนไทยจะได้ใช้กัญชามาเป็นยาวิเศษ?
“ก่อนการเลือกตั้งแน่นอน มันเป็นจุดชี้ขาดที่การเมืองต้องเอาชนะใจประชาชนให้ได้ ก่อนมี.ค.ก็รู้แล้วว่าสามารถมีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไร”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: