ข่าวด่วนประเด็นร้อน :

พ่อไม่ได้ฆ่า! เมียหนุ่มชุมพรยันผัวฆ่าตัวตาย แจงถนัดซ้ายแต่เคยยิงกระรอกมือขวา เปิดคลิปเสียงแฉที่มาปืน!



จากกรณีที่ครอบครัว “นายวสันต์ โตวะจักร” หรือ “บ่าว” หนุ่มชุมพร ร้องสื่อและกองปราบ ไม่เชื่อว่าลูกฆ่าตัวตาย กลับมั่นใจว่าถูกฆาตกรรม เหตุผู้ตายมีซี่โครงหัก 4 ซี่ พบเขม่าดินปืนที่มือผู้ตายและมือพ่อตา ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยพยานแวดล้อมบอกว่าทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่พ่อตาจะสารภาพว่านำปืนไปซ่อน จดหมายลาตายก็ของปลอม และจะไม่มีการฌาปนกิจจนกว่าจะเอาตัวคนผิดมาลงโทษ
 
ล่าสุดโหนกระแสวันที่ 4 ก.พ. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- ศุกร์ เวลา 13.45 ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “ภาวิณี พรมเล็ก” หรือ “มิ้ง” เมียผู้ตายและ “เสาวภา พรมเล็ก” หรือ “คุณเหมียว” พี่สาว ที่ออกมาชี้แจงความจริงอีกมุม พร้อมโต้กลับทุกประเด็น

แต่งมานานหรือยัง?
ภาวิณี : “ประมาณ 10 ปีค่ะ”

ครอบครัวสามีคุณรองสื่อและร้องกองปราบ ว่าพ่อคุณยิงลูกชายเขา?
ภาวิณี : “พ่อไม่ได้ยิง หนูยืนยันได้ หนูไม่ได้อยู่ตอนเขายิง พ่ออยู่ในบ้าน ลูกสาววัย 8 ขวบ สามารถยืนยันได้ว่าพ่อเฒ่าอยู่ตรงไหน”

มันเกิดอะไรขึ้น?
ภาวิณี : “ตอนเช้าพี่บ่าวบอกแม่ว่าใจหาย เหมือนตกจากที่สูงบอกกแม่ว่ากลับบ้าน กลับมาถึงบ้านก็ถามว่าเป็นอะไร พี่บ่าวบอกเหมือนใจหาย ใจหวิว เหมือนคนจะมาเอาเขาไป ก็บอกว่าไม่มีหรอก คิดมากไปเอง สักพักเขาก็ร้องไห้ ไม่โวยวาย ร้องเงียบๆ เหมือนกลัว”



แม่คุณบ่าวบอกว่าคุณสองคนทะเลาะกัน แล้วแม่ยายโทรศัพท์ไปตามแม่บ่าวมา ก็เห็นคุณสองคนมีปัญหากันอยู่?
ภาวิณี : “ไม่ค่ะไม่ได้ทะเลาะกัน พี่บ่าวร้อง แม่หนูก็ถามว่าพี่บ่าวเป็นอะไร เขาก็บอกว่าเขาใจหาย เขากลัว แม่บอกว่าไปวัดมั้ย ไปรดน้ำมนต์แต่พี่บ่าวไม่ไป แม่แค่โทร.ไปหาแม่พี่บ่าวว่ามาดูพี่บ่าวหน่อย บ่าวร้องไห้ทำไมไม่รู้ เราไม่ได้ทะเลาะกัน พี่บ่าวหันหน้าออกประตู แม่พี่บ่าวก็คุยกันว่าอย่าทะเลาะกัน แต่เราไม่ได้ทะเลาะกัน”

วันนั้น แม่บ่าวว่าบ่าวเองก็กลับไปบ้านเอารถขับออกไปจะไปซื้อของตรงสี่แยก ปรากฏว่าหลังจากนั้นผ่านไปชม.เอง แม่คุณโทรศัพท์หาเขา บอกว่ามาดูบ่าวหน่อย บ่าวยิงตัวเองตาย?
ภาวิณี : “ไม่ใช่ค่ะ วันนั้นมานอนบนที่นอน แล้วเพ้อว่าไม่มีอะไรเหลือแล้ว ชีวิตไม่มีอะไรเหลือแล้ว เขาเอาไปหมดแล้ว รถมอเตอร์ไซค์แม่พี่บ่าวก็เอาไป มานอนเพ้อว่าไม่เหลืออะไรแล้วชีวิต เขาเอาไปหมดแล้ว ทั้งเงินทั้งรถ มันก็หยิบสร้อยพระแล้วบอกว่าขอเอาพระไปคืนพ่อที่บ้านก่อน แล้วขับรถออกไป ประมาณห้าโมง ก็ใช้ลูกสาวโทร.หาพ่อ มืดแล้ว ตัวเล็กมันร้อง ประมาณหกโมงครึ่ง พี่บ่าวกลับมาบ้าน อยู่ไม่ถึง 20 นาทีมั้ง ก็ได้ยินเสียงปืน”

ปัญหาอยู่ตรงนี้ เขาตายตรงไหน?
ภาวิณี : “พอเขายิงปืนปุ๊บ หนูก็วิ่งมาก่อน ถามว่าเสียงอะไร ก็บอกลูกให้หยิบไฟฉายให้หน่อย เพราะมันจะมืดแล้ว ส่องไปประตูรถ บ่าวไม่ได้ยิงตัวตายในรถ และไม่ได้นั่งข้างล้อรถ คือนอนหัวไปอยู่ตรงล้อหลัง”

วันนั้นแม่ของบ่าว เขาบอกว่าแม่ของคุณเองว่าบ่าวยิงตัวตายในรถ แม่คุณก็ถามว่าปืนอยู่ที่ไหน ปรากฏว่าแม่คุณบอกว่าคงตกอยู่ในรถนั่นแหละ?
ภาวิณี : “แม่ไม่เคยพูด”

เสร็จปุ๊บคุณกับพ่อบอกว่ายิงอยู่ข้างหลัง ล้อรถ?
ภาวิณี : “ลองย้อนกลับไปดูเทปหลังๆ เลยค่ะ ลูก แม่ พ่อพูดตรงกันว่าพี่บ่าวนอนอยู่ข้างรถ ไม่เคยพูดว่าตายในรถ เทปก่อนหน้านี้ย้อนกลับไปดูได้เลย เทปที่เขาทำข่าวไปก่อนหน้านี้”

เสาวภา : “สำนวนตำรวจก็ให้การตรงกัน คือเขาเอาหลักฐานตรงไหนมาบอกว่าเราพูดไปอย่างนั้น”

มีหลักฐานมั้ยว่าแม่พูดอย่างนั้น?
เสาวภา : “ใช่ค่ะ แต่ถ้าเอาหลักฐานกับเรา ดูที่ตำรวจได้เลย เพราะคำให้การตรงกันหมด”

ตอนคุณได้ยินเสียงปืน พ่อแม่คุณอยู่ตรงไหน?
ภาวิณี : “แบมลูกสาวเล่าว่าพ่อกับแม่นั่งดูหนังอยู่ในบ้าน รถจอดอยู่ข้างบ้านค่ะ  พ่อวิ่งออกมาตอนที่หนูตะโกนบอกว่าพ่อช่วยด้วย พาพี่บ่าวไปรพ. หน่อย พ่อถึงวิ่งออกมา”



เรื่องไปลงอยู่ที่พ่อตา เพราะหลายคนสงสัยว่าพ่อตาฆ่าหรือเปล่า เพราะคุณบ่าวถนัดซ้าย?
ภาวิณี : “ถนัดซ้ายค่ะ แผลถูกยิงตรงหน้าอกซ้าย”
 
การเอาปืนลูกซองสั้น มายิงที่หน้าอกซ้าย ผิดธรรมชาติมั้ย?
ภาวิณี : “พี่บ่าวสามารถยิงปืนมือขวาได้ วันนั้นนั่งกันอยู่หน้าบ้าน เขาบอกว่าจะยิงกระรอกให้กิน ก็บอกว่าอย่ามาโม้ เขาก็ยิงปืนลูกกดมือขวาให้ดู เข้าหัวกระรอกเป๊ะ”

คิดว่าบ่าวจะเอาปืนลูกซองสั้น ยิงเข้าตัวเอง?
ภาวิณี : “ตร.สันนิษฐานว่าจับสองมือ หนูเองก็ไม่ทราบ”

เสาวภา : “ใช้นิ้วโป้งลั่นไก ถ้าเป็นอย่างนี้จะเป็นไปได้หรือเปล่า”

คุณรู้มั้ยสามีคุณกระดูกหัก 4 ซี่?
ภาวิณี : “ไม่ทราบค่ะ”
 
เขาบอกว่าถ้ายิงปืน ลูกปลายจะกระทบชิ่งทำให้หักก็เป็นไปได้ แต่ในใบชันสูตรบอกว่ากระจุกอยู่ที่เดียว เป็นไปได้มั้ยว่าพ่อคุณซ้อมก่อน?
ภาวิณี : “เป็นไปไม่ได้ค่ะ พ่ออายุ 54 เดินขึ้นเนินบ้านยังหอบ แล้วพี่บ่าวเด็กหนุ่มอายุ 28 แค่พี่บ่าวผลักก็ล้มแล้ว พ่อแก่แล้ว ขาก็ไม่ดีด้วย  พ่อไม่ตีแน่นอน เพราะพ่อรักพี่บ่าวมาก เพราะพ่อไม่มีลูกผู้ชาย”

แต่ฝั่งโน้นบอกว่าไม่ได้รัก เขาบอกว่าพ่อคุณด่าบ่าวด้วยซ้ำว่าจะมาเอามรดก?
ภาวิณี : “ไม่ใช่ค่ะ พ่อมีสวน บอกว่าไปทำเถอะ อนาคตได้พี่บ่าวได้ลูก”

เสาวภา : “ถ้าไม่รักจะให้ขึ้นไปกรีดยางทำไม พ่อไม่เคยเก็บ กรีดยางได้ก็เอาไปเลย จะช่วยทำไม พ่อไม่เคยบ่น ออกรถก็ออกคนเดียวไมได้นะ แม่หนูก็ค้ำให้ ทั้งที่เรามีภาระผ่อนรถที่บ้านอยู่แล้ว เงินทองช่วยเหลือตลอด”

ภาวิณี : “แม่ช่วยตลอด ไม่มีนมให้ลูกแม่ก็ให้ตังค์ตลอด”
 
เขม่าดินปืน มีอยู่ที่มือนายบ่าวจริง แล้วก็มีในมือพ่อคุณด้วย?
ภาวิณี : “อาจจะเป็นเพราะพ่อยกพี่บ่าวขึ้นรถ หรือสัมผัสมือ ตร.ก็บอกแล้วว่าสามารถติดได้ ตอนสัมผัสมือผู้ตาย สามารถติดได้ ในใบบันทึกการมอบตัวแจ้งข้อกล่าวหา ก็มีบอกว่าพบเขม่าดินปืนในมือพ่อตัวเดียว ไม่ได้มีสองตัวเหมือนที่พบที่พี่บ่าว”

ปืนใคร?
ภาวิณี : “ไม่ขอพูดค่ะ แต่ไม่ใช่ของฝ่ายเราแน่นอน”

เสาวภา : “ไม่ขอระบุค่ะ ว่าเป็นของใคร เพราะเราก็มีหลักฐานที่เราให้ทีมงานไปแล้ว เป็นคลิปที่เขาคุยกัน แต่ตร.คุยว่าไม่มีน้ำหนักพอที่จะใช้ในศาล แต่คนรอบข้างเขารู้ คนรอบข้างเขาก็คงรู้”

แม่บ่าวมานั่งร้องไห้บอกว่าวันที่ลูกเขาตาย ตัวคุณบอกว่าปืนเป็นของเขา จนเขาถูกตร.ลากไป แล้วสอบปากคำ?
ภาวิณี : “คนเราอย่าโกหก ต้องพูดความจริง เขาก็รู้แก่ใจ ว่าปืนเป็นของใคร ใครซื้อมา ซื้อมาจากไหน”

เขาบอกเขาจนจะตาย?
ภาวิณี : “ก่อนสองปีพี่บ่าวถูกตีหัวที่สี่แยกปฐมพร เป็นคู่อริบ่าวตี ก็ได้เงินมา เป็นต้นตอของปืนกระบอกนั้น”
 
เสาวภา : “คือคู่อริเขาให้เงินชดเชยในการรักษาตัว ในการทำขวัญมา ก็อยู่ที่พ่อแม่เขา”

เปิดคลิปให้ฟัง คุณบ่าวบอกว่าปืนเป็นของพ่อ เสียงผู้ชายเป็นญาติทางบ่าวพูดกับคุณและยืนยันว่าบ่าวเคยพาปืนกระบอกนี้ไปยิงที่บ้านพ่อแม่ บ่าวเป็นคนพูดด้วยซ้ำว่าปืนนี้เป็นปืนพ่อที่ได้มา ไม่ใช่ปืนบ้านคุณ?
ภาวิณี : “แน่นอนค่ะ”

มีข่าวว่าปืนกระบอกนี้ วันแรกหาไม่เจอ  แต่มันหายไป จนวันนึงพ่อคุณบอกเจอปืนจริง บอกว่าหมาคาบ?
เสาวภา : “ตอนนั้นหนูอยู่ในเหตุการณ์ เป็นคืนที่หนูไปงานศพน้องเขย ตอนกลางคืนพ่อแม่นอนก่อนเพราะเขาเพลียมากจากการสอบสวนและไปงานศพ หนูก็ได้ยินมีคนเดินมาหลังบ้านได้ยินเสียงดังตุ๊บ แต่ไม่ได้ออกไปดู แยกย้ายกันไปนอนเพราะกลัวผี ตอนเช้าพ่อให้ไปลากสายน้ำมาซักผ้า แล้วพ่อก็บอกว่าเจอแล้วอยู่ตรงนี้ พ่อเห็นที่กองทราย”
 
บ่าวยิงตัวเองตายแล้วลุกขึ้นมาเอาปืนไปซ่อนเหรอ?
เสาวภา : “ไม่น่าเรียกว่าซ่อนค่ะ เพราะมันอยู่พื้นผิวแต่มีรายการนึงที่เขาไปออกข่าวว่าฝังลึกหนึ่งเมตรซึ่งมันไม่ใช่ เขาเอามาจากไหน พอได้ยินพ่อบอกว่าเจอปืนก็ยังตะโกนสวนออกไปว่าพ่ออย่าจับ เดี๋ยวหนูรีบถ่ายรูป”

มันห่างจากจุดเจอศพบ่าวมั้ย?
เสาวภา : “ไม่ห่างเลยค่ะ”
 
ภาวิณี : “เวลาถอยรถอาจจะไปเหยียบทำให้ทรายไปคลุมก็ได้”

วันที่บ่าวตาย คุณไปงานศพมั้ย?
ภาวิณี : “ไปค่ะ แต่วันแรกไม่ได้ไป เพราะกลับจากรพ.ก็โดนตร.เรียกไปสอบสวน กลับจากโรงพักประมาณตี 2”
 
มันเป็นข้อกังขา ว่าผัวตาย เมียยังไม่ไปเลย ลูกก็ไม่พาไป?
ภาวิณี : “ไปค่ะ แต่ลูกคนเล็กได้ 3 เดือน ตี 2 จะพาไปยังไงคะ เขายังเล็กอยู่เลย 10 โมงเช้าแม่มารับไปซื้อกับข้าว อยู่ที่งานศพได้ไม่ถึงสองชม. ตำรวจก็เรียกไปสอบสวนใหม่ กลับมาอีกทีก็ 6 โมงเย็น”

เขาบอกว่าคุณดูไม่ค่อยเสียใจ?
ภาวิณี : “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ สามีหนูตายทั้งคน วันแรกยังไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเขาตาย ยังพูดกับแม่ว่าเดี๋ยวก็ตื่น พี่บ่าวไม่ทิ้งไปหรอก(ร้องไห้) ยังพูดแบบนี้ตลอด”
 
เสาวภา : “ถามว่าเขารู้มั้ยว่าเสีย เขารู้ แต่ใจยังไม่ยอมรับ คนไม่อยากยอมรับ”

วันนี้ครอบครัวกลายเป็นจำเลยสังคม รู้สึกยังไง?
ภาวิณี : “สงสารที่สุดคือลูกสาวคนโต เพราะไปโรงเรียนเพื่อน พ่อแม่ผู้ปกครองก็ตั้งคำถาม ว่าทำไมพ่อฆ่าตัวตาย ตอนเช้าลูกบอกว่าเขาไม่อยากไป เขาไม่อยากตอบคำถาม สงสารที่สุด ลูกไม่มีพ่อก็น่าสงสารอยู่แล้ว ไม่อยากให้เจอปัญหานี้อีก มันเป็นปมด้อยอยู่แล้ว”
 
พ่อแม่บ่าวติดต่อมามั้ย?
ภาวิณี : “ไม่ค่ะ”
 
ทำไมคุณไม่ติดต่อไป?
ภาวิณี : “บอกเขาไปแล้วเขายังไม่เชื่อ”

เขาบอกว่าจม.ลาตายก็ไม่ใช่ลายมือบ่าว?
ภาวิณี : “ลายมือพี่บ่าวค่ะ ตอนนี้รอการพิสูจน์อยู่”

ในจดหมายเขียนว่าให้ดูแลลูกให้ดี ขอโทษที่ทำให้ต้องมาลำบาก ขอโทษพ่อแม่ที่พามาลำบาก ขอโทษที่ไม่ดีพอ ไม่มีอะไรดี จน เขาทำแบบนี้ไม่อยากให้ตัวเองมาลำบาก เขาขอให้เอ็งเจอคนที่ดี คนๆ นั้นจะทำให้เอ็งไม่ลำบาก สิ่งไหนที่ทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ ขออโหสิด้วย บุญทำมาแค่นี้ ขอให้โชคดี แล้วอีกหน้าบอกว่ากับที่ผ่านมาทำไม่ดี ทำได้เท่านี้ ตัวเขาเป็นคนไม่ดีในสายตาญาติๆ และพ่อแม่ของเขา รักตัวเองเสมอตลอดไป ฝากดูแลลูก ทำบุญมาไม่ถึง คุณยืนยันว่าเป็นลายมือคุณบ่าว?
ภาวิณี : “ใช่ค่ะ เห็นครั้งแรกก็จำได้ว่าเป็นลายมือเขา ตร.บอกว่าให้รออีกประมาณ 1 เดือน”

คุณอยากบอกอะไรกับสังคม หลังฝังโน้นตั้งข้อสังเกตว่าพ่อคุณฆ่า?
ภาวิณี : “พ่อไม่ทำแน่นอน เพราะพ่อรักพี่บ่าวมาก เขาไม่อยากให้หลานมีปมด้อย”
 
เสาวภา : “ประเด็นเรื่องรถที่อยากจะพูด เขาออกรถมาเดือนนึงยังไม่ได้ผ่อนเลยสักงวด ฝั่งโนนเขาอาจคิดว่าที่เราคืนรถไปก็อาจจะได้เงินดาวน์แต่ไม่ใช่นะคะ เราเป็นหนี้นะคะ พ่อแม่หนูรับผิดชอบ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: